สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า การค้นพบภายในมหาพีระมิดแห่งกิซา หรือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณแห่งสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เกิดขึ้นภายใต้โครงการ “สแกน พีระมิดส์” นับตั้งแต่ปี 2558 โดยใช้เทคโนโลยีซึ่งไม่สร้างความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรด, การจำลองแบบ 3 มิติ และการสร้างภาพด้วยรังสีคอสมิก เพื่อตรวจดูโครงสร้างภายใน

บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่า การค้นพบดังกล่าวอาจนำไปสู่ การเปิดองค์ความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างพีระมิด และจุดประสงค์ของโครงสร้างหินปูนรูปหน้าจั่ว ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเดิน

นายมอสตาฟา วาซิรี หัวหน้าสภาโบราณวัตถุสูงสุดของอียิปต์ กล่าวว่า ทางเดินที่ยังสร้างไม่เสร็จนี้ น่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่อกระจายน้ำหนักของพีระมิดบริเวณทางเข้าหลักที่นักท่องเที่ยวใช้ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 7 เมตร หรือรอบ ๆ ห้องหรือพื้นที่อีกแห่งที่ยังไม่ถูกค้นพบ

กระทรวงการท่องเที่ยวของอียิปต์เปิดเผยภาพถ่าย ทางเดินภายในมหาพีระมิด ซึ่งเพิ่งได้รับการค้นพบ ระหว่างการแถลงที่เมืองกิซา ประเทซอียิปต์

“พวกเราจะทำการสแกนต่อไป เพื่อที่จะดูว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง เราจะสามารถค้นหาอะไรเจอบ้าง หรือมันจะเป็นเพียงทางตันที่อยู่สุดทางเดิน” วาซิรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการแถลงข่าว ที่ด้านหน้าของของมหาพีระมิด

ทั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบทางเดิน ผ่านการถ่ายภาพรังสีมิวออนด้วยรังสีคอสมิก ก่อนที่จะรับภาพเหล่านั้นโดยการส่องด้วยกล้องเอนโดสโคปขนาด 6 มิลลิเมตร จากญี่ปุ่น ผ่านรอยต่อเล็ก ๆ ในหินของพีระมิด.

เครดิตภาพ : REUTERS