การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่ม D นัดสุดท้าย วันที่ 31 มี.ค.69 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย พบ เติร์กเมนิสถาน

ทั้ง 2 ทีมมี 12 แต้ม แย่งคว้าตั๋วใบเดียวเข้ารอบสุดท้าย โจทย์ของทีมไทย คือ “ต้องชนะ” เท่านั้น เนื่องจากเกมแรก บุกแพ้มาก่อน 1-3 ทำให้ “เฮดทูเฮด” เป็นรอง หาก ไทยเสมอ หรือแพ้ ก็ตกรอบ ปล่อยให้ เติร์กเมนิสถาน บุกมาคว้าตั๋วถึงถิ่นไปเตะรอบสุดท้ายที่ ซาอุฯ แทน

ทีมชาติไทย ตอนนี้อยู่อันดับ 96 ของโลก และที่ 16 เอเชีย ส่วน เติร์กฯ ที่ 137 โลก และที่ 26 เอเชีย

แอนโธนี ฮัดสัน เฮดโค้ชทีมชาติไทย จัดผู้เล่น 11 คนแรก มาแปลกตา ในเรื่องผังการเล่น โดยมาระบบ 3-4-3

ผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม / เซ็นเตอร์ จัด 3 คน จากขวา กฤษดา กาแมน, โจนาธาร เข็มดี, มานูเอล ทอม เบียรห์/วิงแบ๊กขวา-ซ้าย ศุภนันท์ บุรีรัตน์-นิโคลัส มิคเกลสัน/กองกลาง ธีราทร บุญมาทัน, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร/แนวรุกจากขวา ชนาธิป สรงกระสินธ์, ศุภชัย ใจเด็ด, อนันต์ ยอดสังวาลย์

เล่นมา 8 นาที ไทย มีลุ้น จากการขึ้นเกมฝั่งขวา ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ตักให้ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร โขกเหน่งๆ ไปโดน ชารีเยฟ ราซุล โกลเติร์กฯ ปัดทิ้ง

ถึงนาทีที่ 15 ไทย ได้ประตูนำ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เปิดเตะมุมจากฝั่งขวา ก่อน ศุภนันท์ บุรีรัตน์ โขกเข้าไป เรียกเสียงกระหึ่มราชมังคลากีฬาสถาน ช้างศึก 1-0

จากนั้นไทยครองเกมมากกว่า แต่ไม่มีประตู จบครึ่งแแรก ไทย นำ 1-0

ครึ่งหลัง ฮัดสัน ส่ง สุภโชค สารชาติ ลงแทน อนันต์ ยอดสังวาลย์ เกมมาถึงนาทีที่ 60 เติร์กเมนิสถาน ตีเสมอจากการยิงแถว 2 ของ เตย์มูร์ ชารีเยฟ เสียบเสาเข้าไป

นาทีที่ 72 ไทยเปลี่ยน 3 คน จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์, สารัช อยู่เย็น, อิคลาส สันหรน ลงแทน ศุภชัย, ธนวัฒน์, นิโคลัส

ท้ายเกมไทยบุกหนัก และมาได้ประตู นาทีที่ 89 จากเตะมุม ธีราทร เปิดข้ามแนวรับเติร์กฯ ให้ มานูเอล ทอม เบียรห์ โขกเข้าไป เรียกเสียงเฮสนั่นราชมังฯ

จบเกมไทยชนะ 2-1 คว้าตั๋วไปเล่นเอเชียนคัพ รอบสุดท้าย แบบสุดระทึกขวัญ