สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า ศาลเบลารุสมีคำพิพากษา เมื่อวันศุกร์ ให้นายอาเลส เบียเลียตสกี วัย 60 ปี นักเคลื่อนไหวของศูนย์สิทธิมนุษยชน “เวียสนา” เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2565 รับโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จากความผิดฐานมอบความสนับสนุนทางการเงิน ให้แก่การประท้วงต่อต้านรัฐบาล ขับไล่ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก เมื่อปี 2563
นอกจาก เบียเลียตสกี เจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสองคนของเวียสนา ได้รับการพิพากษาจากความผิดข้อหาเดียวกัน โดย นายวาเลยติน สเตฟาโนวิช ต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 9 ปี และนายวลาดิเมียร์ แลบโควิช ได้รับบทลงโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ทั้งนี้ จำเลยทั้งสามคนให้การปฏิเสธต่อทุกข้อกล่าวหา
"It just so happens that people who value freedom the most are often deprived of it." – Ales Bialiatski's 2022 #NobelPeacePrize lecture.
— The Nobel Prize (@NobelPrize) March 3, 2023
Bialiatski has long advocated for fundamental human rights, democracy and freeing the political prisoners in Belarusian jails. https://t.co/vSaQYOdgjW
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2554 ศาลของเบลารุสตัดสิน ให้เบียเลียตสกีเคยรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี จากความผิดตามข้อกล่าวหา เกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งเจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธ
อนึ่ง เบียเลียตสกี องค์กรสิทธิมนุษยชน “เมมอเรียล” ของรัสเซีย และศูนย์เพื่อเสรีภาพพลเมือง ของยูเครน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีที่แล้วร่วมกัน “จากการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับประชาสังคมภายในประเทศ โดยใช้เวลาทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมสิทธิของพลเมือง ในการวิจารณ์เรื่องอำนาจ และพิทักษ์สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง ขณะเดียวกัน ทั้งสามฝ่ายยังมีความพยายามสังเกตการณ์และบันทึกสถิติเกี่ยวกับอาชญากรรมสงคราม การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้อำนาจมิชอบ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



