สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่า นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน ว่า ผู้นำอิหร่าน “แสดงความพร้อมให้ความร่วมมือ” การสืบสวนสอบสวนกับไอเออีเอ ตามกรอบของข้อตกลงนิวเคลียร์ ฉบับปี 2558


ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานรวมถึง การทยอยกลับมาติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิดจำนวนหนึ่ง ซึ่งอิหร่านเคยถอดออกไปจากโรงงานนิวเคลียร์และสถานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง โดยรายงานของไอเออี เอระบุว่า อุปกรณ์สังเกตการณ์ที่มีการถอดออกไป มีจำนวนทั้งสิ้น 27 ตัว


ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตหะรานยืนยัน การเพิ่มความร่วมมือกับไอเออีเอ ในการตรวจสอบรายงานไอเออีเอเคยเผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วว่า มีการเสริมสมรรถนะยูเนียม ภายในโรงงาน 3 แห่ง ซึ่ง อิหร่าน ไม่เคยแจ้งต่อไอเออีเอมาก่อน ว่าเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับนิวเคลียร์


อนึ่ง เสถียรภาพของข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านสั่นคลอนอย่างหนัก หลังสหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในภาคี ถอนตัวออกไปเมื่อปี 2561 แล้วหวนบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่ออิหร่าน ขณะที่รัฐบาลเตหะราน “ตอบโต้” ด้วยการเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ขณะที่รายงานฉบับหนึ่งของไอเออีเอ ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ภายในนิคมนิวเคลียร์ใต้ดินฟอร์โด ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางตอนใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร โดยยูเรเนียมที่สกัดได้มีความบริสุทธิ์สูงถึง 83.7% เกือบถึง 90% ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำความบริสุทธิ์ของยูเรเนียม สำหรับการผลิตระเบิดนิวเคลียร์.

เครดิตภาพ : REUTERS