เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 66 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ในผลงานโครงการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเพิ่มมูลค่าฉี่และมูลไส้เดือนดิน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชนในการพัฒนาเสริมศักยภาพปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไส้เดือนเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรให้กับเกษตรกรตามวิถีธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้จากการนำปุ๋ยอินทรีย์มีคุณภาพไปจำหน่าย เป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีการขยายผลต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่นจำนวน 5 แห่งใน จ.กำแพงเพชร และพร้อมที่จะนำองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์จากปุ๋ยมูลไส้เดือนไปถ่ายทอดสู่ชุมชนอื่น ๆ ที่สนใจ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช.ภายใต้กระทรวง อว. เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนเสริมศักยภาพงานวิจัย และนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้สามารถนำมาต่อยอดใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและในเชิงพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างรายได้และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ ทาง วช. ได้ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ในโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตปุ๋ยหมักจากฉี่และมูลไส้เดือนดินช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ทางด้าน ผศ.ดร.วิษณุ บัวเทศ อาจารย์จากภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ในฐานะหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเพิ่มมูลค่าฉี่และมูลไส้เดือนดิน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจากเดิมกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงไส้เดือนดิน จะจำหน่ายมูลไส้เดือนดินอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท และฉี่ไส้เดือนดินลิตรละ 100 บาท แต่ถ้านำภูมิปัญญาท้องถิ่นในการนำเอาเชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมลงในมูลและฉี่ไส้เดือนดิน จะเพิ่มมูลค่าของมูลไส้เดือนดินเป็นกิโลกรัมละ 150 บาท และฉี่ไส้เดือนดินเป็นลิตรละ 150 บาท ทำให้กลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงไส้เดือนดินมีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากร หรือ วัตถุดิบทางเกษตรในพื้นที่ จำพวกเศษผัก ผลไม้ และเศษอาหารในครัวเรือนหรือตลาดสด นำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงไส้เดือนดิน ซึ่งองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดให้กับชาวบ้านจะเป็นการเสริมภูมิปัญญาในการเพิ่มมูลค่าฉี่และมูลไส้เดือนดิน โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา รวมถึงเทคนิคการเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อเพิ่มมูลค่าฉี่และมูลไส้เดือนดิน

จากผลวิจัยโครงการนี้ ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอย่างเป็นรูปธรรม เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีแล้ว ยังได้กำไรจากการจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือนคิดเป็นร้อยละ 50 ของต้นทุนเดิม และยังเป็นการเพิ่มคุณภาพให้สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่
ปัจจุบันนี้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้จำนวน 5 แห่งใน จ.กำแพงเพชร ประกอบด้วย เทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา อ.คลองลาน ชุมชนบ้านคลองน้ำเย็นใต้ ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษบุรี ชุมชนบ้านไทรงาม ต.หนองแม่แตง อ.ไทรงาม วิสาหกิจชุมชนเกษตรอัตลักษณ์กำแพงเพชร อ.บึงสามัคคี และชุมชนท่าพุทรา อ.คลองขลุง



