สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) ออกแถลงการณ์ ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงวิสามัญชายชาวปาเลสไตน์ 3 ราย ระหว่างปฏิบัติการด้านความมั่นคง ในพื้นที่ใกล้กับเมืองนาบลุส ของเขตเวสต์แบงก์ เนื่องจาก “กลุ่มมือปืน” เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่


ขณะที่ รัฐบาลปาเลสไตน์ยังสงวนท่าทีต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเพียงสองวัน หลัง พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ เยือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการ เพื่อพบหารือกับทั้งนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และนายโยอาฟ กาลันต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล โดย พล.อ.ออสตินเ รียกร้องฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลอย่าใช้ความรุนแรง “เกินกว่าเหตุ” กับชาวปาเลสไตน์ แต่ในเวลาเดียวกัน ทางการปาเลสไตน์ต้องยกระดับมาตรการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้


อนึ่ง สถานการณ์ในเขตเวสต์แบงก์รุนแรงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปีนี้ แม้รัฐบาลจอร์แดนเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างคณะผู้แทนระดับสูงของอิสราเอล กับปาเลสไตน์ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยมีตัวแทนจากสหรัฐ และอียิปต์ ร่วมสังเกตการณ์ด้วย


ทั้งนี้ ที่ประชุมออกแถลงการณ์ร่วมกันในเวลาต่อมา “ยืนยัน” เกี่ยวกับ “การประสานงาน” เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดความรุนแรง และความพร้อมในการระงับใช้ “มาตรการฝ่ายเดียว” เป็นเวลาระหว่าง 3-6 เดือน ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลอิสราเอลระงับการหารือเกี่ยวกับ โครงการขยายอาณาเขตนิคมยิวในเขตเวสต์แบงก์ เป็นเวลา 4 เดือน และการระงับใช้ “อำนาจนอกอาณาเขต” เป็นเวลา 6 เดือน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES