เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มักเห็นพกกล้องติดตัวอยู่ตลอดเวลา สำหรับ กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง ที่มักถ่ายภาพ บันทึกทุกความทรงจำที่สวยงามเก็บเอาไว้เสมอ วันนี้ “เทรนดี้ ฟรีไทม์” เลยไม่รอช้า พาแฟน ๆ ไปสำรวจที่สุดแห่งโมเมนต์ที่มีความหมายในชีวิตผ่าน 5 รูปภาพใบโปรดของหนุ่มกัปตัน ซึ่งมีทั้งรูปที่เจ้าตัวเป็นคนลั่นชัตเตอร์ เก็บความประทับใจด้วยตัวเอง และรูปที่มองกี่ครั้ง ก็ยังทำให้มีความสุข และเติมพลังได้เสมอ
กลุ่มเพื่อนมหาวิทยาลัย รวมตัวปาร์ตี้ก่อนโควิด

กัปตัน : รูปนี้เป็นงานวันเกิดของเพื่อนคนนึง ซึ่งมันเหมือนเป็นงานสุดท้าย ที่เราได้เจอกับเพื่อนมหาวิทยาลัยในกลุ่มแบบครบก่อนที่จะมีโควิด มันก็เลยเหมือนมีความหมาย เพราะพอจบมาแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน แล้วพอมันเป็นช่วงโควิด เราเลยไม่สามารถไปกินข้าว ไปปาร์ตี้กันได้ครับ ซึ่งเพื่อนผมส่วนมากก็จะเป็นผู้หญิงกับเป็นเพศที่ 3 ก็จะมีความผู้หญิงมาก มีความเมาท์มอย ทำอาหารกิน มันก็เป็นโมเมนต์ที่สนุก ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว มันรวมตัวกันยากและผ่านไปแล้วจริง ๆ สำหรับเพื่อนมหาวิทยาลัย เราจะหากลุ่มเพื่อนที่สนิทมาก ๆ ได้ยาก แต่นี่ก็เป็นอีกกลุ่มนึงที่คอยช่วยเรามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องทำงาน จัดการเวลา ก็ได้กลุ่มนี้คอยช่วยมาตลอดครับ
รวมแก๊งกับ “พี่สายฟ้า” และ “น้องพายุ”

กัปตัน : รูปนี้เป็นรูปที่ผมถ่ายกับหลาน “สายฟ้า” และ “พายุ” ลูกชายของพี่ชมพู่ อารยา เป็นรูปที่พี่สายเอารองเท้าและหมวกของผมไปใส่ หลานก็แต่งตัวให้เป็นผม เลยรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักดี จริง ๆ การเลี้ยงหลานมันก็เหมือนเราได้เลี้ยงลูกเนอะ (ยิ้ม) ก็เป็นความเอ็นดู ความน่ารัก เป็นความที่เราคอยเทคแคร์ รู้สึกว่าเหมือนถ้าเรามีลูก ก็คงจับลูกแต่งตัวเหมือนเรา ก็ชอบเหมือนกัน อยู่กับ “สายฟ้า” และ “พายุ” ก็สนุกทุกครั้งที่เจอ เหมือนเจอเด็กที่เราสนิทมาก ไม่คิดว่าหลานจะจำเราได้ มีวันนึงหลานถามเราว่าเราหายไปไหน มันก็เป็นความประทับใจ มีความสัมพันธ์ต่อกันที่น่ารัก คือผมว่าเหมือนหลานไมค่อยมีเด็กผู้ชายเล่นด้วยมั้ง (หัวเราะ) คือเราก็รู้ว่าเด็กผู้ชายจะเล่นยังไง บางทีก็เล่นแรงหน่อย บางทีผู้หญิงก็เล่นด้วยไม่ไหว เขาแข็งแรง เราก็ต้องเล่นให้ไหวเนอะ แต่ถามว่าพอเห็นแบบนี้แล้วอยากนึกอยากมีลูกแฝดบ้างมั้ย คือผมยังไม่คิดว่าเรื่องอนาคตจะเป็นยังไง เหมือนตอนนี้หลายอย่างเรายังไม่ถึงวัยที่จะคิดขนาดนั้น เรายังไม่รู้หรอก โตขึ้นไปเราอาจอยากหรือไม่อยากมีก็ได้ เลยไม่คาดหวัง เล่นกับหลานไปก่อนครับ
รูปฟิล์มวันเกิด “แม่ชม” ที่ภูมิใจ

กัปตัน : พอรูปหลานไปแล้ว ก็เจอกับรูปแม่บ้าง (ยิ้ม) รูปนี้ผมถ่ายเอง เป็นรูปฟิล์มที่ถ่ายให้พี่ชมวันเกิดครับ ก็เป็นรูปฟิล์มที่ถ่ายแล้วมีความหมายกับเรา เพราะเป็นรูปแรกที่เราได้อัดรูปเอง ถ่ายเสร็จก็อัดออกมาเป็นกระดาษ แล้วเราก็ให้รูปนี้เป็นของขวัญวันเกิดพี่ชมไป มันเป็นความสนุกในการที่เราได้ถ่ายรูปด้วย แถมยังเป็นการอัดภาพครั้งแรกของผมด้วย เลยรู้สึกว่ามันมีความทรงจำเกี่ยวกับภาพนี้ ซึ่งตอนที่ถ่ายเราเห็นชุดของพี่ชม การแต่งหน้า เห็นพร็อพต่าง ๆ แล้ว เป็นภาพสีมันก็สวยแหละ แต่เราเลือกทำเป็นภาพขาวดำดู เพราะเห็นชุดขาวกับดำมันตัดกันพอดี จริง ๆ การถ่ายภาพขาวดำหลายคนก็ไม่ชอบ เพราะไม่เห็นสี ไม่เก็ทว่าการถ่ายภาพขาวดำมันเป็นความสวยยังไง แต่สำหรับผมการได้เห็นการคอนทราส องค์ประกอบภาพต่าง ๆ มันทำให้ภาพน่าสนใจ เหมือนเอ๊ะ! หลังภาพนั้นเป็นสีอะไรนะ มันเกิดอะไรขึ้นในภาพนี้ครับ ตอนที่พี่ชมได้รูปก็ดีใจ ก็ตั้งไว้อยู่ตรงห้องทำงาน เวลาที่ไปหาผมก็เห็น (หัวเราะ) เราก็ชื่นใจ เหมือนฝากรูปให้เขาไว้ เวลาไปเราแวะหาก็ไปดูครับ
โปสเตอร์ “9×9 (ไนน์ บาย นาย)” แห่งความผูกพัน

กัปตัน : เป็นรูปโปสเตอร์เพลงแรกของ ‘ไนน์ บาย นาย’ ครับ ชื่อเพลงว่า ‘ไนท์ ไลท์ (Night Light )’ มันเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานในความทรงจำ ที่เรามีความสุขในการทำงานและได้สนุก ใช้เวลาและชีวิตเหล่านั้นอยู่กับเพื่อน ๆ ได้ร้องเพลง ได้ตั้งใจฝ่าอะไรหลายอย่าง ได้ทำเพลงแรกจนเสร็จและถ่ายเอ็มวี ปล่อยเพลง ก็เป็นโมเม้นต์ที่อยู่ในความทรงจำเจนชัดเจน ซึ่งการไปร่วมโปรเจคท์นี้ มันเหมือนเป็นโปรเจคท์แรกเกี่ยวกับการที่จะทำวง ๆ นึงให้เหมือนเป็นทีป๊อปของไทย มันเป็นอีกโมเมนต์ที่เราได้มีส่วนร่วมในการผลักดันวงบอยแบนด์ขึ้นมา ถ้าย้อนกลับไปผมก็ดีใจและไม่เคยเสียใจเลยที่ไปร่วมโปรเจคท์นี้ และมันก็สอนเราหลายอย่าง จนวันนี้ที่เราโตเป็นผู้ใหญ่ เรามองกลับไปก็รู้สึกว่ามันเป็นความพยายามของทุกคน เป็นความตั้งใจของทีมงานและพวกเราทุกคนด้วย เป็นอีกสุดยอดอีกโปรเจคท์ และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการไปร่วมโปรเจคท์นี้ ก็คือมันแสดงให้เห็นถึงว่า จริง ๆ เราสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้มั้ง (ยิ้ม) บางทีการทำงานที่ประเทศไทยก็ไม่สามารถทำเหมือนของเมืองนอกได้ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง แต่โปรเจคท์นี้เราค่อนข้างได้ทำอะไรที่มันเกินลิมิตโปรเจคท์อื่น ๆ ในหลายอย่าง เราเลยได้เห็นว่าจริง ๆ หลายคนเก่ง แต่เขาแค่ไม่มีลู่ทางให้เฉิดฉายออกมา ผมว่าตอนนี้วงการก็เริ่มทำอะไรเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา ทั้งหลุดนอกกรอบไปเลย การพัฒนา ยิ่งแข่งกันอยากให้ผลงานดี ซึ่งผมว่ามันก็เป็นจุดเริ่มตนที่ดีของการที่จะทำให้เราตามคนข้างนอกทันครับ ซึ่งทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อเพื่อน ๆ ใน ‘ไนน์ บาย นาย’ บ้าง แต่ช่วงนี้หลายคนก็มีโปรเจคท์อยู่ ก็มีบางคนแทบไม่ได้คุยเลยเพราะยุ่ง ๆ กันอยู่ด้วย แต่มีคุยกับบางคนที่มีความชอบเหมือนกันครับ
ภาพหมู่ของแฟนคลับ สุดประทับใจ

กัปตัน : ภาพหมู่แฟนคลับ ถ่ายที่สวนจตุจักรครับ มันเป็นภาพหมู่งานอีเวนต์สุดท้ายกับแฟนคลับ ที่ได้ถ่ายรูปร่วมกันก่อนที่จะมีโควิด ผมเป็นคนถ่ายรูปนี้เอง (ยิ้ม) เป็นภาพที่เกิดขึ้นเกือบจะ 2 ปีแล้ว เหมือนเราไม่ได้เจอแฟนคลับ เราไม่ได้ออกอีเวนต์ไปเจอแฟน ๆ ก็จะ 2 ปีแล้ว มันค่อนข้างรู้สึกเสียดาย เพราะเราไม่มีโอกาสไปคุย ไปเจอกับแฟน ๆ ไปออกงานแล้วกลับมานั่งดูรูป มันไม่มีโมเมนต์นั้นมานาน ซึ่งงานอีเวนต์ในรูปด้วยความที่มันเป็นที่โล่งด้วย เราสามารถใช้เวลาไว้กับทุกคนได้ ปกติเวลาที่เราจัดอีเวนต์ในห้าง เราก็จะมีพื้นที่จำกัด มันค่อนข้างเบียดและไปรบกวนคนอื่นพอเราไปอยู่ในสถานที่เปิด แล้วค่อนข้างที่เอ็นจอย อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและได้พูดคุยกัน ถึงจะร้อนบ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่สนุกครับ ส่วนสิ่งที่ผมประทับใจเกี่ยวกับแฟนคลับของผม คือทุกคนมีความเป็นผู้ใหญ่ เลยค่อนข้างสื่อสารกันง่าย เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบศิลปินคนนึง ดีที่เราก็สามารถแสดงความเป็นตัวตนของเราให้เขาได้รับรู้ครับ

เก็บภาพความทรงจำ ในรูปแบบเสื้อ
กัปตัน : ผมได้ทำแบรนด์ของตัวเอง โดยการนำรูปถ่ายที่ผมถ่ายเอง มาสกรีนลงบนเสื้อ ผมอยากทำอะไรเกี่ยวกับรูปของผม เวลาถ่ายมาก็ทำได้แต่โพสต์ลงโซเชียล แต่บางทีมันไม่มีอะไรให้จับต้องได้ ทำไมเราไม่เอารูปเหล่านี้มาให้แฟนคลับเก็บไว้ได้ ให้ตัวผมเก็บไว้ได้ เพราะตัวผมเป็นคนที่ชอบซื้อเสื้อวินเทจ เสื้อเก่า ๆ ปี 90 หรือ 20 เก็บไว้แล้วมานั่งดูเวลาที่สีเสื้อมันเฟดลง บางทีลายเริ่มแตก แต่ทำไมบางทีเรายังใส่เสื้อพวกนี้อยู่ ในเมื่อมันผ่านมาแล้ว เราเลยอยากทำรูปให้เป็นเสื้อดู เราอยากเก็บไว้ด้วยแล้วดูว่าเสื้อนี้จะกลายเป็นอะไร เมื่อเวลา 15 ปีผ่านไป ส่วนรูปที่ผมนำมาสกรีน เช่น โมเมนต์ที่ผมไปเที่ยวที่นิวยอร์ก แล้วเจอป้ายนิวยอร์กตั้งอยู่บนยอดตึกก็ถ่ายมา พอมาคิดคอนเซปต์ว่าเราลองใส่รูปนี้บนเสื้อแล้วสกรีน ก็เขียนว่านิวยอร์ก และใส่ปีที่เราถ่าย ก็น่าจะเป็นความทรงจำของเราได้ที่ดี และแชร์กับความทรงจำกับแฟน ๆ ได้ด้วย ที่ตั้งใจจะทำมีลายมี เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และที่เขาใหญ่ครับ
รูปภาพบันทึกความทรงจำ












กัปตัน : จริง ๆ เวลาถ่ายรูปต่อให้คุณถ่ายรูป หรือล้างฟิล์มมา เรามองรูปนั้น ผ่านไปสองวัน เราก็อาจลืมรูปเซตนี้ไปแล้ว แต่มันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อ วันนึงที่คุณมานั่งย้อนดูรูปแล้วคุณบังเอิญเจอรูปนี้ มันเป็นโมเมนต์ที่ประหลาดใจมาก บางทีผมก็เจอรูปเก่า ๆ ที่ผมลืมโมเมนต์นั้นไปแล้ว ซึ่งมันก็เอฟเฟกต์กับผมมากว่าวันนั้นเราเป็นอย่างนี้ เรามีความคิดแบบนั้น ทำไมเรามาอยู่ในสถานที่นี้ และตอนนั้นเรามีความคิดอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เรามีรูปอยู่ หากเราลืม ณ ตอนนั้นไปแล้ว แต่เราได้มานั่งดูรูปแบบนี้อีกครั้ง ซึ่งเวลาผมดูรูป ผมจะชอบนั่งดูรูปบนเครื่องบินมากเลย (ยิ้ม) มันไม่มีอะไรให้ทำ เพราะฉะนั้นเราก็มานั่งไล่ดูรูปเก่า ๆ ว่าเรามีรูปอะไรบ้าง โมเมนต์ตรงนั้นแหละ ที่แก้เบื่อให้กับผมได้ครับ มันจะเป็นรูปที่เราจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว แม้ว่าเราจะกลับไปในสถานที่เดิม บางสิ่งก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาเราถ่ายเก็บเอาไว้มันคือการแคปเวลาช่วงนึงไว้ แค่เสี้ยววินาที เพื่อให้เราเก็บได้บันทึกไว้ครับ
รูปถ่ายถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เก็บช่วงเวลาที่สวยงามและเต็มไปด้วยความหมาย ให้กลับมามีชีวิตอยู่ในความทรงจำของเราได้ และยังอาจสร้างแรงบันดาลใจอะไรใหม่ ๆ ให้กับเราได้อีกด้วย





