สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า สภาประชาชนแห่งชาติ ( เอ็นพีซี ) ในกรุงปักกิ่ง มีมติเมื่อวันจันทร์ รับรองการแก้ไข “กฎหมายว่าด้วยการบัญญัติ” ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับขั้นตอนการบัญญัติกฎหมาย โดยจะเป็นการเพิ่มอำนาจให้แก่คณะกรรมการประจำของเอ็นพีซี ซึ่งมีสมาชิก 170 คน ภายใต้การนำของ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซี ในการผ่านกฎหมาย “เป็นกรณีฉุกเฉิน” หลังการอภิปรายแม้เพียงวาระแรก


ทั้งนี้ แถลงการณ์ของเอ็นพีซีให้เหตุผลว่า “เป็นมาตรการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพ” ในการบัญญัติกฎหมายของจีน และเรื่องดังกล่าว “เป็นกลไกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการสร้างเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของพรรคคอมมิวนิสต์”


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ร่างกฎหมายใหม่และการแก้ไขกฏหมายของจีนต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ ตามด้วยการเข้าสู่การพิจารณาโดยที่ประชุมคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซีอย่างน้อย 2 รอบ แล้วจึงไปสู่การลงมติโดยที่ประชุมใหญ่ของเอ็นพีซี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานหลายเดือน


อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เอ็นพีซีบัญญัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีผลบังคับใช้เฉพาะกับฮ่องกง โดยการที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เลย แม้ผ่านการหารือและลงมติจากคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซีเพียงวาระแรกเท่านั้น แต่ไม่ผ่านการลงมติจากที่ประชุมใหญ่ของเอ็นพีซี เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายตะวันตก ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งให้เหตุผลว่า กฎหมายนี้ “มีผลเฉพาะกับชาวฮ่องกงซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติเท่านั้น”.

เครดิตภาพ : REUTERS