รายงานข่าวจากรมเจ้าท่า (จท.) แจ้งว่า ในปีงบประมาณ 66 กรมเจ้าท่ามีแผนจะดำเนินการขุดลอกแม่น้ำภายในประเทศ และร่องน้ำชายฝั่งทะเล จำนวนรวม 125 ร่องน้ำ ระยะทางประมาณ 574.9 กิโลเมตร (กม.) มีปริมาณวัสดุขุดลอกรวม 8.181 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 246.048 ล้านบาท

ปัจจุบันดำเนินขุดลอกได้วัสดุขุดลอกรวม 2.475 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30.25% จากแผนงาน 31.18% ช้ากว่าแผน 0.92% คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย. 66

สำหรับงานดำเนินการขุดลอกในปีงบฯ 66 กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างดำเนินการทั่วประเทศ เช่น สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 3 ได้เปิดหน่วยปฏิบัติงานขุดลอกร่องน้ำบางดุก ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ดำเนินการขุดลอกตั้งแต่ กม.0+000-กม.1+250 ระยะทาง 1,250 เมตร ความกว้างที่ก้นร่อง 30-40 เมตร ความลึก 2.0 เมตร (จากระดับน้ำลงต่ำสุด) ปริมาณวัสดุขุดลอกตามแผน 139,161.25 ลบ.ม. ขณะนี้ขุดลอกได้เนื้อดินสะสมรวม 80,340 ลบ.ม. คิดเป็น 57.74%

สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 6 เปิดหน่วยปฏิบัติงานขุดลอกร่องน้ำคลองบางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม. 0+500 (ระยะทาง 500 เมตร) ปริมาณวัสดุขุดลอก 20,302 ลบ.ม. ปัจจุบันขุดลอกได้ระยะทางสะสม 425 เมตร ปริมาณวัสดุขุดลอกสะสม 17,560 ลบ.ม. คิดเป็น 86.49%

สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 เปิดหน่วยปฏิบัติงานขุดลอกแม่น้ำคำ ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ดำเนินการขุดลอกระยะทาง 3,100 เมตร ความกว้างก้นร่องน้ำ 15-20 เมตร ระดับขุดลอกก้นร่องเท่ากับ 372.00-373.00 เมตร (รทก.) ปริมาณวัสดุขุดลอก 43,000 ลบ.ม. ขณะนี้ขุดลอกรวมทั้งปรับแต่งตลิ่ง กม. 26+700 ถึง 27+300 ระยะทางแล้วเสร็จ 900 เมตร

สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 8 หน่วยปฏิบัติงานขุดลอกคลองเขมร ต.ธารละหลอด อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ทำการขุดลอกตั้งแต่ กม.0+000 ถึง กม. 3+000 ระยะทาง 3,000 เมตร ปริมาณวัสดุขุดลอกประมาณ 61,469.58 ลบ.ม. ความกว้างของร่องน้ำ 16-17 เมตร ระดับก้นร่องลึกประมาณ 164.50 เมตร (จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ปัจจุบันขุดลอกได้ระยะทาง 2,580 เมตร ปริมาณวัสดุขุดลอก 51,340 ลบ.ม. คิดเป็น 83.52%
เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มความกว้างของร่องน้ำ เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ แก้ไขปัญหากระแสน้ำกัดเซาะตลิ่ง แก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เนื่องจากลำน้ำตื้นเขินจากการสะสมตะกอนดิน ส่งผลให้เกิดปัญหาการกักเก็บน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร และอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่ใช้น้ำ รวมถึงช่วงฤดูน้ำหลากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรซ้ำซาก เป็นประจำทุกปี ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย



