สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว คือเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2551 นายมุนตาเซอร์ อัล-ไซดี ผู้สื่อข่าวชาวอิรัก เป็นที่รู้จักและจดจำไปทั่วโลก จากการเป็นผู้ถอดรองเท้าทั้งสองข้าง แล้วปาเข้าใส่ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น คือ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ระหว่างกำลังยืนแถลงข่าวข้างนายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกี ผู้นำอิรักในตอนนั้น

CNN


ผลจากการก่อเหตุครั้งนั้น ทำให้ไซดีต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลานาน 6 เดือน จากความผิดฐานทำร้ายร่างกายประมุขของรัฐต่างประเทศ เมื่อรับโทษจำคุกครบตามกำหนด ไซดีย้ายไปอาศัยอยู่ที่เลบานอน นานระยะหนึ่ง แล้วเดินทางกลับมาที่อิรักอีกครั้ง เมื่อปี 2561 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ

นายมุนตาเซอร์ อัล-ไซดี ที่สำนักงานของตัวเอง ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก


แม้เวลาล่วงเลยมานานกว่า 1 ทศวรรษ แต่ไซดีกล่าวว่า เขายังจดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี และไม่เคยรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจขว้างรองเท้าใส่ผู้นำสหรัฐ ต่อให้อีกฝ่ายหลบทันก็ตาม เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี ว่าวันหนึ่งคนธรรมดาสามารถแสดงออกซึ่งการปฏิเสธต่อ “บุคคลที่เย่อหยิ่งจองหอง” และเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้ร่วมรับรู้ว่า “บุชคิดผิด” ที่ส่งทหารเข้ามารุกรานอิรัก เมื่อเดือน มี.ค. 2546


ขณะที่บุชเคยกล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ว่าเหมือนไปลงพื้นที่หาเสียงแล้วมีคนตะโกนใส่ เรื่องที่เกิดขึ้นสำหรับเขา ถือเป็นเพียง “การเรียกร้องความสนใจ” อย่างไรก็ตาม โลกตะวันออกกลางยังคงวิจารณ์บุชอย่างหนัก ที่ส่งทหารสหรัฐจำนวนมหาศาลเข้ามาโค่นอำนาจประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ปฏิบัติการซึ่งเกิดขึ้นจาก “ข้อมูลข่าวกรองที่ผิดพลาด” ว่าผู้นำอิรักครอบครอง “อาวุธทรงอานุภาพทำลายล้างสูง”.

เครดิตภาพ : REUTERS