กรมพลศึกษา ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแถลงข่าว โครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษาในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กบกพร่องทางสติปัญญาในชั้นเรียนร่วมจนก่อให้เกิดสุขภาวะที่ดี โดยมี ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ผศ.ดร.มยุรี ศุภวิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ศ.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ดร.สามารถ รัตนสาคร ผู้เชี่ยวชาญโครงการฯ นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นางสาวศิริรัตน์ สุภาพทรง ผู้อำนวยการกลุ่มการจัดการศึกษาในสถานศึกษาเฉพาะความพิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (ผู้แทนสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดร.จิตตวดี ทองทั่ว ศึกษานิเทศน์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า ตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 1 ที่กำหนดว่าการจัดการเรียนสอนต้องมี 3 ส่วน คือ 1.จริยศึกษา เรื่องคุณธรรมจริยธรรม 2.วุฒิศึกษา เรื่ององค์ความรู้ต่าง ๆ และ 3.พลศึกษา เรื่องการพัฒนาด้านร่างกายและจิตใจ 3 ส่วนนี้จึงต้องไปด้วยกัน คือ ร่างกาย จิตใจ องค์ความรู้ กรมพลศึกษา มีหน้าที่ส่งเสริม ดูแลในเรื่องหลักสูตรพลศึกษาในโรงเรียนมาโดยตลอด ซึ่งในช่วงปี 2561 – 2562 ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาบุคลากรจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของครูพลศึกษา ซึ่งพบว่า ในโรงเรียนประถมศึกษาในประเทศส่วนใหญ่ ขาดแคลนครูพลศึกษาที่จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ โดยเน้นเพียงเรื่องกีฬาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการเรียนพลศึกษา จะต้องเป็นการเรียนแบบส่งเสริมพัฒนาการตามวัย ขณะเดียวกันยังพบว่า การจัดการเรียนการสอนพลศึกษาในโรงเรียนที่เปิดเรียนร่วมกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ยังพบปัญหาเรื่องความเข้าใจที่ถูกต้องในการสร้างความรู้ให้กับครูผู้สอน

อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า โครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ จึงเป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการให้เด็กบกพร่องทางสติปัญญาในโรงเรียนเรียนร่วมได้มีโอกาสได้ปฏิบัติกิจกรรมทางกายโดยเฉพาะในชั่วโมงพลศึกษา ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน เกิดพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยมีพันธมิตรสำคัญคือ สสส. ที่เข้ามาขับเคลื่อนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ โครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ ได้ดำเนินมาถึงระยะที่ 2 ที่เป็นการนำร่างหลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) ระดับประถมศึกษา ที่ได้จากการดำเนินการระยะที่ 1 มาทดลองใช้ในการจัดอบรมคุณครูที่รับหน้าที่สอนพลศึกษาในโรงเรียนเรียนร่วม โดยใช้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่นำร่อง และได้รับความร่วมมือจากศึกษานิเทศก์จังหวัดอุบลราชธานี ผู้อำนวยการและศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีทั้ง 5 เขตพื้นที่

อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวอีกว่า การจัดอบรมที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะได้รับความร่วมมือจากภาคีทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคุณครูและนักเรียนในโรงเรียนร่วมที่จัดการเรียนการสอนร่วมกับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
“เรามองว่าเด็กในยุคปัจจุบันไม่ค่อยได้เรียนพลศึกษาอย่างถูกต้อง และเข้าใจเพียงแต่ว่า พลศึกษาคือกีฬา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว พลศึกษาคือกิจกรรมทางกายที่ต้องได้รับการสอนอย่างถูกต้องและเหมาะสม และผู้ปกครองจะต้องเข้าใจลูกของตัวเองด้วย อย่ากังวลจนเกินเหตุ อย่าอายหากลูกตัวเองพัฒนาการไม่ดี เพราะสิ่งเหล่านี้คือการปิดโอกาสของเด็กไปโดยปริยาย” อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าว
ส่วนแนวทางการพัฒนาในอนาคตนั้น อธิบดีกรมพลศึกษา ระบุว่า ขณะนี้คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) ฉบับผู้ปกครอง ได้รับความสนใจด้วยเช่นกัน เพราะทำให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าจะต้องดูแลลูกอย่างไร โดยหลังจากนี้จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้รับทราบ รับรู้ และตระหนักว่าการเรียนการสอนพลศึกษาในเด็กที่มีความบกพร่องพิเศษ ต้องไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐานเดียวตลอดเวลา รวมถึงพัฒนางานร่วมกับ สสส. และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลักดันให้กับหน่วยงานทุกส่วนรับทราบและช่วยกันผลักดันไปยังเด็กที่มีความต้องการพิเศษกลุ่มอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้จัดการประกวดกิจกรรมทางกายประกอบเพลง ประเภททีม เพื่อส่งเสริมให้เด็กบกพร่องทางสติปัญญาได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมทางกายร่วมกับเด็กทั่วไปในชั้นเรียน เป็นกิจกรรมสำหรับโรงเรียนที่ส่งคุณครูเข้าร่วมอบรมกับโครงการ มีโรงเรียนส่งคลิป VDO เข้าร่วมประกวด 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนอุบลวิทยาคม เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โรงเรียนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฎร์สามัคคี) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โรงเรียนบ้านยอดดอนชี เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 และโรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 โรงเรียนที่ได้รับโล่รางวัลชนะเลิศ และเงินรางวัลจำนวน 5,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 โดยมีนางสาวสุดาวรรณ์ นาคำมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 นางสาวกุลธิดา จิตมั่น ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 และนางธณิศรา แสนจริง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ/คณะทำงานโครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ระดับประถมศึกษาในโรงเรียนเรียนร่วม ด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 เป็นตัวแทนรับรางวัลจากอธิบดีกรมพลศึกษา
นางสาวสุดาวรรณ์ นาคำมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้ใช้กิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม ได้มีเวทีในการแสดงออกเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป
ขณะที่ นางสาวกุลธิดา จิตมั่น ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านหนองศิลา (พรชุมชนวิทยา) กล่าวขอบคุณกรมพลศึกษา และ สสส. ที่ดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเทและความพยายามของเด็ก ๆ ในการจัดทำคลิปวิดิโอกิจกรรมทางกายส่งเข้าประกวด ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาส่งเสริมให้เด็กใช้ความสามารถของตนเอง กล้าแสดง จนนำมาสู่ความภูมิใจของตนเองในที่สุด



