เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ให้ความสำคัญต่อปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก จึงได้รณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง หนึ่งในกิจกรรมนั้นคือ ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน โดยร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wild Fund for Nature) หรือ WWF ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน รณรงค์ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน ลดการใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการทำพร้อมกับเมืองต่าง ๆ กว่า 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก ระหว่างเวลา 20.30-21.30 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือน มี.ค. ของทุกปี โดยทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 ผลจากการจัดกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour)” ในปี 2565 พื้นที่ กทม. ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 78 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการปัญหาโลกร้อนได้ 20 ตัน และคิดเป็นมูลค่า 176,172 บาท

ขณะที่การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2551-2565 สามารถลดกระแสไฟฟ้าได้ 22,476 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการปัญหาโลกร้อนได้ 12,255 ตัน คิดเป็นมูลค่า 81 ล้านบาท

โดยปี 2566 WWF กำหนดจัดกิจกรรมตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. โดยในปีนี้ กทม. ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ERI) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และภาคีเครือข่าย ภายใต้การดำเนินงานโครงการพลังงานสะอาดเข้าถึงได้และมั่นคง สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Clean, Affordable, and Secure Energy for Southeast Asia: CASE) จัดงาน “Energy เอเนอจิ้น : จินตนาการเพื่อพลังงานที่เป็นมิตรต่อชีวิตและโลก” ในวันที่ 25-26 มี.ค. 2566 ระหว่างเวลา 16.30-21.30 น. ณ บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน

สำหรับจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ประกอบด้วย 5 สถานที่หลัก ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า สะพานพระราม 8 และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) นอกจากนี้ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้รณรงค์เชิญชวนผู้ประกอบการ เจ้าของอาคาร สถานที่ และประชาชนเข้าร่วม

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ชวนร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรมปิดไฟ ด้วยการติดแฮชแท็ก คำว่า #EarthHour หรือ #BiggestHourForEarth หรือ #ShapeOurFuture หรือ #อนาคตเราสร้างได้ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องช่วยกันโอบกอดโลกด้วยความรัก เพราะโลกคือ “บ้าน” หลังเดียวของเราทุกคน มาร่วมกันเปลี่ยนโลกในวันนี้ เพื่อโลกของเรา เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต.