นางเอพริล ศรีวิกรม์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ กูเกิล คลาว์ด เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด เพื่อใช้ประโยชน์จาก ระบบคลาวด์ข้อมูลแบบเปิด ของ กูเกิล คลาวด์ เพื่อพัฒนาในระบบนิเวศการท่องเที่ยวและเดินทางแบบดิจิทัล ของประเทศให้ยั่งยืน หลังจากในปัจจุบัน ผู้บริโภคในไทยใช้บริการด้านการท่องเที่ยวผ่านออนไลน์ และคาดว่าจะเติบโต 22% เมื่อเทียบเป็นรายปี และจะมีส่วนสนับสนุน เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.08 แสนล้านบาท ภายในปี 68

“ความต้องการเดินทางทางอากาศขาเข้าในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างมาก เห็นได้จากปริมาณการค้นหาของ Google ในวันที่ 1 ตุลาคม 65 ซึ่งตรงกับวันที่ประเทศไทยประกาศยกเลิกข้อจำกัดด้านโควิด-19 ทั้งหมด พบว่ามีความต้องการขาเข้าเพิ่มขึ้น 386% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยการฟื้นตัวนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 66 ซึ่งมีความต้องการขาเข้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 161% เมื่อเทียบเป็นรายปีจนถึงปัจจุบัน ส่วนความต้องการเดินทางทางอากาศขาออกจากประเทศไทย ได้รับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกัน โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 65 ความต้องการเดินทางขาออกเพิ่มขึ้น 544% เมื่อเทียบเป็นรายปี การฟื้นตัวนี้ ดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 66 ซึ่งมีความต้องการดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 187% เมื่อเทียบเป็นรายปีจนถึงปัจจุบัน”


ในขณะเดียวกัน เทรนด์การค้นหาของ Google ยังบ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมใกล้เคียงสามารถคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย เห็นได้จากคำค้นหาเกี่ยวกับ “ประกันการเดินทาง” และ “การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์” ในประเทศไทย ซึ่งเติบโตขึ้นมากกว่า 900% และ 500% ตามลำดับ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา สถาบันการเงินและผู้ให้บริการด้านสุขภาพจึงต้องหาวิธีนำเสนอข้อเสนอที่เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการความคุ้มครองมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด และมาเยือนประเทศไทยเพื่อจุดประสงค์หลักในการรับการรักษาพยาบาล

นายกิตติพจน์ เวณุนันทน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร ทอท. กล่าวว่า การใช้ กูเกิล คลาวด์ จะช่วยให้ให้ระบบไอทีที่สนับสนุน บริการการบินภาคพื้นดิน และแอปพลิเคชันมือถือ สวัสดี บาย เอโอที (SAWASDEE by AOT) ให้สามารถจัดการภาระงานปกติได้มากถึง 10 เท่า พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรับ และส่งข้อมูลอัปเดตตามเวลาจริงของข้อมูลสนามบินและเที่ยวบินไปยังผู้โดยสารหลายล้านคนได้ตามเวลาที่ต้องการ ทำให้ได้รับข้อมูลสนามบินและเที่ยวบินตามเวลาจริง ตั้งแต่การเช็กอิน การตรวจคนเข้าเมือง การขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการรับสัมภาระ ฯลฯ โดยคาดว่าปี 66 จะมีผู้โดยสาร 96 ล้านคน และจะกลับไปเหมือนเดิม ในช่วงก่อนเกิดโควิด คือ 142 ล้านคน ในปี 67

เอพริล ศรีวิกรม์

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. กล่าวว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับนโนบายของรัฐบาลในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้บริบทใหม่ของ ททท. ต้องนำดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการหาข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์ และเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น

ด้านนายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี สกาย ไอซีที กล่าวว่า ผู้ให้บริการสนามบินจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับความท้าทายต่าง ๆ ท่ามกลางการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในขณะนี้ เช่น ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการให้กับผู้โดยสาร และลดปัญหาติดขัดล่าช้าภายในสนามบิน ระบบไอทีและแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการดำเนินการต่าง ๆ ภายในสนามบิน จึงถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อการให้บริการลูกค้าในทุกมิติ ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีการบินชั้นนำของประเทศไทย SKY มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับบริษัทที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง Google Cloud เพื่อนำเสนอโซลูชันที่เชื่อถือได้ มาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งหลักการแบบโอเพนซอร์สและการออกแบบที่ปลอดภัยของ Google Cloud จะช่วยให้เราสามารถผสานรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่น อาทิ ระบบนำทางภายในอาคาร ที่จอดรถอัจฉริยะ และไบโอเมตริกซ์ ตลอดจนการเข้ารหัสกระแสข้อมูลในระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน