สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ลงนามร่วมกันในเอกสารหลายฉบับ ว่าด้วย “ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการที่ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในข้อตกลง “ความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด” เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว


นอกจากนั้น เนื้อหาในแถลงการณ์ร่วมของ ปูติน กับ สี ระบุเกี่ยวกับการเรียกร้องสหรัฐ “ยุติการดำเนินการทุกรูปแบบที่บ่อนทำลายความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของโลก” ที่รวมถึงลดระดับการพัฒนาระบบขีปนาวุธ อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียและผู้นำจีนยืนยันว่า การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี “ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศที่สาม” เนื่องจากการส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การ “สร้างพันธมิตรทางการเมืองและการทหาร”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามร่วมกันในข้อตกลง ยกระดับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ที่ทำเนียบเครมลิน ในกรุงมอสโก


ทั้งนี้ ปูติน กล่าวถึงกลไกทางการทูต 12 ข้อ ซึ่งจีนเสนอเพื่อเป็น “แผนสร้างสันติภาพ” คลี่คลายวิกฤติการณ์ในยูเครน ว่าสอดคล้องกับการดำเนินงานของรัสเซีย และสามารถใช้เป็นพื้นฐานของการเจรจาตามแนวทางการทูต เพื่อแก้ไขทุกความขัดแย้งอย่างสันติ ทว่าจนถึงตอนนี้ รัฐบาลมอสโก “ยังไม่เห็นความพร้อมที่แท้จริง” จากทั้งยูเครนและฝ่ายตะวันตกที่สนับสนุนรัฐบาลเคียฟ


ด้าน สี ไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในยูเครนอย่างตรงไปตรงมามากนัก โดยยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่ง “เป็นกลาง” และการเจรจาคือหนทางสำคัญที่สุด ซึ่งจะสามารถคลี่คลายปัญหาทั้งหมดได้


ขณะที่ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงการเยือนรัสเซียของผู้นำจีน ว่ารัฐบาลเคียฟเชิญรัฐบาลปักกิ่งเข้าร่วมการหารือเพื่อสันติภาพเช่นกัน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากอีกฝ่าย ส่วนการเจรจากับรัสเซีย “สามารถเกิดขึ้นได้” บนเงื่อนไขที่ว่า “รัสเซียต้องถอนทหารทั้งหมดออกไปจากดินแดนของยูเครนก่อน”.

เครดิตภาพ : REUTERS