สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ลงนามร่วมกันในเอกสารหลายฉบับ ว่าด้วย “ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการที่ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในข้อตกลง “ความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด” เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว
China’s Peace Plan Can Be Taken As The Basis For A Peaceful Settlement Of The Ukraine Conflict When Kiev And The West Are Ready For It — President Putin pic.twitter.com/VqfzpavUss
— RT (@RT_com) March 21, 2023
President Xi Jinping To Outline Plan For Development Of Relations Between Russia And China
— RT (@RT_com) March 21, 2023
The Chinese leader also stated that he is confident that multifaceted cooperation will grow stronger and benefit the Russian and Chinese people. pic.twitter.com/CPxkFZwp9c
นอกจากนั้น เนื้อหาในแถลงการณ์ร่วมของ ปูติน กับ สี ระบุเกี่ยวกับการเรียกร้องสหรัฐ “ยุติการดำเนินการทุกรูปแบบที่บ่อนทำลายความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของโลก” ที่รวมถึงลดระดับการพัฒนาระบบขีปนาวุธ อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียและผู้นำจีนยืนยันว่า การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี “ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศที่สาม” เนื่องจากการส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การ “สร้างพันธมิตรทางการเมืองและการทหาร”

ทั้งนี้ ปูติน กล่าวถึงกลไกทางการทูต 12 ข้อ ซึ่งจีนเสนอเพื่อเป็น “แผนสร้างสันติภาพ” คลี่คลายวิกฤติการณ์ในยูเครน ว่าสอดคล้องกับการดำเนินงานของรัสเซีย และสามารถใช้เป็นพื้นฐานของการเจรจาตามแนวทางการทูต เพื่อแก้ไขทุกความขัดแย้งอย่างสันติ ทว่าจนถึงตอนนี้ รัฐบาลมอสโก “ยังไม่เห็นความพร้อมที่แท้จริง” จากทั้งยูเครนและฝ่ายตะวันตกที่สนับสนุนรัฐบาลเคียฟ
Russian President Vladimir Putin and Chinese leader Xi Jinping discussed Beijing's proposal for a ceasefire in Ukraine in talks in Moscow, while displaying a warm friendship forged on a mutual rivalry with the West https://t.co/sUfUQnG8r9 pic.twitter.com/Fr3Ja4VvIG
— Reuters (@Reuters) March 21, 2023
ด้าน สี ไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในยูเครนอย่างตรงไปตรงมามากนัก โดยยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่ง “เป็นกลาง” และการเจรจาคือหนทางสำคัญที่สุด ซึ่งจะสามารถคลี่คลายปัญหาทั้งหมดได้
ขณะที่ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงการเยือนรัสเซียของผู้นำจีน ว่ารัฐบาลเคียฟเชิญรัฐบาลปักกิ่งเข้าร่วมการหารือเพื่อสันติภาพเช่นกัน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากอีกฝ่าย ส่วนการเจรจากับรัสเซีย “สามารถเกิดขึ้นได้” บนเงื่อนไขที่ว่า “รัสเซียต้องถอนทหารทั้งหมดออกไปจากดินแดนของยูเครนก่อน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



