สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองมินนีแอโพลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่า ผู้จัดการประท้วง “โน คิงส์” (No Kings) หรือ “ไม่เอาพระราชา” หรือ “ไม่เอากษัตริย์” กล่าวว่ามีประชาชนอย่างน้อย 8 ล้านคน รวมตัวกันในสถานที่จัดการชุมนุมมากกว่า 3,000 แห่ง ในทั้ง 50 รัฐของสหรัฐ ตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงเมืองเล็ก

การชุมนุมดังกล่าวถือเป็น “ครั้งที่สาม” ในรอบไม่ถึงหนึ่งปี ที่ชาวอเมริกันออกมาเดินขบวนบนท้องถนน ในฐานะส่วนหนึ่งของขบวนการภาคประชาชนที่แสดงออกถึงการต่อต้านทรัมป์อย่างชัดเจนที่สุด นับตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง เมื่อเดือน ม.ค. 2568

อนึ่ง การประท้วงโน คิงส์ ทั่วสหรัฐครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ในวันเกิดครบรอบ 79 ปีของทรัมป์ และตรงกับพิธีสวนสนามของกองทัพสหรัฐที่เขาจัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน โดยมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมหลายล้านคนในเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่นครนิวยอร์ก ไปจนถึงเมืองซานฟรานซิสโก ส่วนการประท้วงโน คิงส์ ครั้งที่สอง เกิดขึ้นในเดือน ต.ค. ปีเดียวกัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 7 ล้านคน

ด้านผู้จัดการชุมนุมระบุว่า การประท้วงครั้งล่าสุดนี้ มีผู้เข้าร่วมมากกว่าเดิมประมาณ 1 ล้านคน และมีการชุมนุมเพิ่มขึ้นอีก 600 แห่งทั่วประเทศ

แม้การประท้วงโน คิงส์ จะมีขึ้นทั่วสหรัฐ ตั้งแต่ในเมืองใหญ่ ไปจนถึงเขตชานเมืองและพื้นที่ชนบท แต่จุดสนใจหลักอยู่ที่รัฐมินนิโซตา ทางตอนเหนือของประเทศ เนื่องจากเมืองมินนีแอโพลิส และเมืองเซนต์พอล กลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงระดับชาติ เกี่ยวกับการปราบปรามผู้อพยพอย่างรุนแรงของทรัมป์

นอกจากการต่อต้านนโยบายผู้อพยพ กลุ่มผู้ประท้วงยังแสดงจุดยืนคัดค้านการปกครองแบบเผด็จการของทรัมป์ จากการใช้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเพื่อดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งยืดเยื้อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS