สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสิ่งแวดล้อมหลายกลุ่ม เตือนถึงการขาดแคลนน้ำของอิตาลี เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังมีหิมะตกน้อยกว่าเดิมอย่างมากบนเทือกเขาแอลป์ และช่วงน้ำลงที่ผิดปกติ ซึ่งทำให้คลองหลายสายในเมืองเวนิสแห้งขอด
ในรายงานที่เผยแพร่ก่อนหน้า “วันน้ำโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 22 มี.ค. ของทุกปี ไอแสตท ระบุว่า ข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ เมื่อปี 2563 ท่อส่งน้ำของอิตาลีสูญเสียน้ำไปถึง 42.2% ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลอิตาลีหลายชุดจะให้คำมั่นสัญญาหลายครั้งว่า จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็ตาม
นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี กล่าวต่อรัฐสภา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า เธอกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับภูมิภาคและระดับเมือง เกี่ยวกับ “แผนน้ำแห่งชาติ” เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีใหม่ และสร้างจิตสำนึกสาธารณะเกี่ยวกับความจำเป็นในการประหยัดน้ำ อีกทั้งจะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการพิเศษ” เพื่อดูแลแผนการ และผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วยเช่นกัน
Italy is wasting more and more of its water from leaky aqueducts, leaving the country increasingly vulnerable to droughts, national statistics bureau ISTAT said on Tuesday. https://t.co/bImxXSEOg5
— Reuters Science News (@ReutersScience) March 21, 2023
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกิลแบร์โต ปิเชตโต ฟราติน รมว.สิ่งแวดล้อมอิตาลี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมงบประมาณ 7,800 ล้านยูโร (ราว 3 แสนล้านบาท) เพื่อรับมือกับวิกฤติน้ำในประเทศ
เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดบ่อยครั้ง และรุนแรงขึ้น อันมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อิตาลีจึงพยายามทำให้น้ำมีอยู่ ไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยไอสแตทระบุเพิ่มเติมว่า อิตาลีดึงน้ำจากแม่น้ำ, ทะเลสาบ และอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง มาใช้เพื่อการดื่ม มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (อียู)
อนึ่ง ปริมาณน้ำ 30% ของอิตาลี มาจากแม่น้ำโป ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายยาวที่สุดของประเทศ ทว่าในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว แม่น้ำที่มีความยาวมากกว่า 650 กิโลเมตรสายนี้ มีน้ำน้อยกว่าระดับปกติในช่วงเวลาเดียวกันถึง 61% หลังประสบกับภัยแล้ง ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปี.
เครดิตภาพ : REUTERS



