ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2569 โพสต์เฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เกี่ยวกับเรื่องน้ำมัน เนื้อหาระบุว่า มีผู้ตั้งคำถามกับผมใน Facebook ส่วนตัวของผมว่า “ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะดึงโครงสร้างพลังงานกลับมาเป็นของภาครัฐ” ผมเห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่คำถามธรรมดา แต่เป็น “คำถามใหญ่ของประเทศ” ที่ต้องตอบด้วยความรับผิดชอบ
โจทย์ไม่ใช่แค่ “จะเอาพลังงานกลับมาเป็นของรัฐหรือไม่” แต่คือ “จะออกแบบโครงสร้างพลังงานใหม่อย่างไร ให้รัฐคุมผลประโยชน์สาธารณะได้จริง ประชาชนได้ความเป็นธรรม ธุรกิจยังเดินได้ และประเทศไม่เสียเสถียรภาพ”

ผมเห็นว่า “เจ้าภาพ” ต้องไม่ใช่หน่วยงานเดียว แต่ต้องเป็น คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานแห่งชาติ ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับเชิงนโยบายและมีหน่วยงานหลักร่วมกันรับผิดชอบ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานกำกับดูแลพลังงาน ตัวแทนภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการแข่งขันทางการค้าและกฎหมายมหาชน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง กฎหมาย สัญญาสัมปทาน โครงสร้างตลาด ทรัพย์สินสาธารณะ ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมกันทั้งหมด
สิ่งที่สำคัญมากคือ ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้คำว่า “ดึงกลับ” แบบสั้น ๆ ถ้าเรายังไม่รู้ว่าจะดึงอะไร กลับมาในรูปแบบไหน และเพื่ออะไร เพราะถ้าใช้พลังของอารมณ์มากกว่าพลังของข้อมูล ประเทศอาจเสียทั้งเวลา เสียทั้งคดี และเสียทั้งความเชื่อมั่น
สิ่งที่ควรเริ่มก่อน มี 5 เรื่องครับ
1) ตั้งโจทย์ให้ชัดก่อนว่า อะไรคือ “ของภาครัฐ” ที่ควรกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐมากขึ้น ต้องแยกให้ออกระหว่าง ทรัพยากรต้นน้ำ โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ระบบขนส่ง/คลังสำรอง ระบบสายส่งหรือโครงข่าย กิจการเชิงพาณิชย์ และกลไกราคา ไม่ใช่เหมารวมว่าทุกอย่างต้องเป็นของรัฐทั้งหมด เพราะบางส่วนรัฐควร “เป็นเจ้าของ” บางส่วนรัฐควร “กำกับ” บางส่วนรัฐควร “ถือหุ้นเชิงยุทธศาสตร์” และบางส่วนควร “แข่งขันได้ แต่ต้องโปร่งใสและเป็นธรรม”
2) ทำ Energy System Audit ทั้งระบบ …ก่อนจะปฏิรูป ต้องรู้ก่อนว่า ใครถืออะไร สัญญาใดผูกพันอยู่ กำไรเกิดตรงไหน ต้นทุนจริงอยู่ตรงไหน ส่วนใดเป็นคอขวด และส่วนใดกระทบประชาชนมากที่สุด ถ้าไม่มีการเอ็กซเรย์ทั้งระบบ การปฏิรูปจะกลายเป็นแค่คำขวัญทางการเมือง
3) กำหนดหลักการใหญ่ของประเทศให้ชัด เช่น พลังงานเป็น “สินค้าตลาด” อย่างเดียว หรือเป็น “สาธารณูปโภคเชิงยุทธศาสตร์” ด้วย ถ้าคำตอบคืออย่างหลัง รัฐย่อมต้องมีอำนาจกำกับที่มากกว่าเดิม ไม่ใช่เพื่อทำธุรกิจแข่งกับเอกชนทุกเรื่อง แต่เพื่อคุ้มครองความมั่นคงและความเป็นธรรมของประชาชน
4) เลือกโมเดลปฏิรูปที่ทำได้จริง ..การคืนสู่ภาครัฐไม่จำเป็นต้องแปลว่า “รัฐซื้อกลับทั้งหมด” เสมอไป แต่อาจใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน เช่น เพิ่มอำนาจรัฐในโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งกองทุนหรือบริษัทโฮลดิ้งของรัฐเพื่อถือหุ้นสำคัญ กำหนด Golden Share ในกิจการที่กระทบความมั่นคง ปรับกติกากำกับดูแลราคาและการแข่งขัน เพิ่มคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หรือแยก “กิจการสาธารณะ” ออกจาก “กิจการเชิงพาณิชย์” ให้ชัด
5) เปิดเวทีสาธารณะให้ประชาชนเรียนรู้ก่อนเคลื่อนใหญ่ เพราะเรื่องพลังงานซับซ้อนมาก ถ้าประชาชนตื่นตัวแต่ยังไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง จะถูกพาไปด้วยอารมณ์ง่าย สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยน “พลังความไม่พอใจ” ให้เป็น “พลังปฏิรูปที่มีวุฒิภาวะ”
ดังนั้น ถ้าถามว่า เริ่มยังไงดี ผมเสนอให้เริ่มแบบนี้ครับ ..เริ่มจากการเรียกร้อง “คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการ พร้อม 3 ภารกิจเร่งด่วนภายใน 90 วัน
1. เปิดข้อมูลทั้งระบบ
ต้นทุน โครงสร้างราคา สัญญา สิทธิประโยชน์ การถือครอง และกำไรในแต่ละช่วง
2. ทำแผนที่อำนาจของระบบพลังงานไทย
ให้ประชาชนเห็นว่า ใครกำหนดอะไร ใครได้อะไร ใครรับความเสี่ยง และประชาชนอยู่ตรงไหนในระบบนี้
3. เสนอ Roadmap ปฏิรูป 3 ระยะ
ระยะสั้น: เพิ่มความโปร่งใสและความเป็นธรรม
ระยะกลาง: ปรับกติกาและลดอำนาจผูกขาด
ระยะยาว: คืนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ให้รัฐในส่วนที่จำเป็นต่อความมั่นคงและประโยชน์สาธารณะ
ถ้าถามว่า “ใครควรเป็นเจ้าภาพ” ในเชิงบุคคลหรือการเมือง …คำตอบคือ ต้องเป็นผู้นำที่กล้าพอจะชนกับโครงสร้างผลประโยชน์ แต่สุขุมพอจะไม่ทำให้ประเทศเสียเสถียรภาพ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การสู้กับราคา แต่เป็นการสู้กับ “โครงสร้างอำนาจ” ที่ฝังมานาน
ผมอยากตอบด้วยความจริงอีกข้อหนึ่งว่า ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เริ่มตื่นตัว นั่นเป็นสัญญาณสำคัญมาก แต่การตื่นตัวจะมีพลังจริง ก็ต่อเมื่อเดินต่อไปสู่ 3 เรื่องคือ เรียนรู้ร่วมกัน สื่อสารอย่างมีวินัย และผลักดันข้อเสนอที่ทำได้จริง ไม่เช่นนั้น กระแสจะมาเร็วและจบเร็ว แต่โครงสร้างจะไม่เปลี่ยน
ขอฝากประโยคนี้ไว้เป็นพลังขับเคลื่อนขอให้เกิดขึ้นจริง นะครับ ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องเลิกถามเพียงว่า “น้ำมันวันนี้ลิตรละเท่าไร” แล้วเริ่มถามให้ลึกกว่านั้นว่า “ใครออกแบบโครงสร้างราคาแบบนี้ และประชาชนได้ความเป็นธรรมหรือยัง” และถ้าจะเริ่มวันนี้ ผมเสนอให้เริ่มด้วยการร่วมกันเรียกร้อง 3 ข้ออย่างสงบ แต่หนักแน่น ดังนี้ ครับ
เปิดข้อมูลทั้งระบบ ตั้งคณะปฏิรูปพลังงานแห่งชาติ วางโรดแมปคืนอำนาจเชิงยุทธศาสตร์ให้รัฐในส่วนที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ เพราะพลังงานไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือเรื่อง อธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของชาติ และศักดิ์ศรีของประชาชน



