สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่า เครือข่ายสหภาพแรงงานฝรั่งเศสจัดการผละงานประท้วง และการเดินขบวนครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ตลอดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผ่านกฎหมายปฏิรูประบบบำนาญโดยไม่ผ่านสภา ขยายเพดานอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี
The ongoing protests across France over government plans to raise the retirement age saw another day of disruption. Demonstrators blocked an airport terminal, sat on train tracks and reportedly triggered a brief fire in a police station yard https://t.co/qt2bnT6qYP pic.twitter.com/gf5OmwsGJH
— Reuters (@Reuters) March 24, 2023
Paris: la tension est retombée dans le quartier de la Bastille pic.twitter.com/ctLHHN6Nk7
— BFMTV (@BFMTV) March 23, 2023
รายงานโดย กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ระบุว่า บรรยากาศการประท้วงดังกล่าว ซึ่งเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน ในภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ แม้ระบบการขนส่งมวลชนได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มอันธพาลในนาม “แบล็ก บล็อก” ตระเวนก่อความไม่สงบ และทำลายทรัพย์สมบัติสาธารณะ ตามสถานที่หลายแห่งในกรุงปารีส
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย รวมถึงการใช้กระสุนยางและยิงแก๊สน้ำตา โดยมีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 172 คนทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 149 นาย
Bordeaux: la porte de la mairie incendiée après les manifestations contre la réforme des retraites pic.twitter.com/bogjTNtC1z
— BFMTV (@BFMTV) March 23, 2023
La porte de la mairie de Bordeaux incendiée, point de situation en cours entre le maire et le préfet pic.twitter.com/kzoF1S5uWA
— BFMTV (@BFMTV) March 23, 2023
ขณะที่มีรายงาน ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผาทำลายศาลาว่าการเมืองบอร์กโดซ์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ในภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ก่อนที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ แต่ตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ด้าน ผู้นำฝรั่งเศส แถลงเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นเรื่องยากลำบากมาก” แต่หนทางเพื่อการรักษาสมดุลให้กับโครงการบำนาญ “มีไม่มากนัก” ด้วยเหตุนี้ “การปฏิรูปจึงเป็นสิ่งจำเป็น” และยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้
เกี่ยวกับการประท้วงของประชาชนและคะแนนนิยมของรัฐบาลที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การตัดสินใจเตรียมให้กฎหมายมีผลบังคับใช้โดยใช้ “อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้ไม่ต้องผ่านสภา มาครง กล่าวว่า เขาขอเลือกการรักษา “ผลประโยชน์ของส่วนรวม” มากกว่าผลโพล ผู้นำฝรั่งเศส ยืนยันว่า รัฐบาลเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่จะออกมาประท้วง “แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย” และประณามการใช้ความรุนแรงของผู้ประท้วงบางกลุ่ม ซึ่งเผาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ.
เครดิตภาพ : REUTERS









