เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. เรื่องขอให้ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมาย วินิจฉัยว่า สวนชูวิทย์ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือไม่ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้รับหนังสือ
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณี สวนนายชูวิทย์ ตั้งอยู่ที่บริเวณสุขุมวิท ซอย 10 เขตวัฒนา ซึ่งเป็นของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โดยเมื่อปี 2548 นายชูวิทย์ ได้ออกมาแถลงว่า จะสร้างสวนสาธารณะให้กับคนกรุงเทพฯ เพื่อเป็นปอดสำหรับคนกรุงเทพฯ และอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 48 ยังได้แถลงยืนยันว่า ต้องการสวนสาธารณะให้กับคนกรุงเทพฯ ในการสร้างสวนสาธารณะดังกล่าว เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีรื้อบาร์เบียร์ บริเวณสุขุมวิทซอย 10 เมื่อปี 2546 จนในที่สุด โดยศาลฎีกามีคำพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำคุก นายชูวิทย์ และพวก 2 ปี ลดจาก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ปัจจัยที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว เพราะ นายชูวิทย์ ได้ร่วมกับจำเลยอื่นชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายไปแล้ว และยังมีเจตนานำที่ดินพิพาทไปสร้างสวนสาธารณะให้กับคนกรุงเทพฯ ศาลจึงถือว่าเป็นเจตนาที่ดี
แต่วันนี้ นายชูวิทย์ ได้นำพื้นที่ดังกล่าวไปก่อสร้างอาคารสูง หรือโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ สมาคมฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่น่าจะถูกต้อง การแสดงเจตนารมย์ให้ที่ดินดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะ เป็นการแสดงออกโดยปริยายไปแล้วว่าจะให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ระบุชัดเจนว่า เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนสามารถใช้ร่วมกัน แม้ว่าจะไม่ได้นำไปจดทะเบียนการให้ต่อเจ้าหน้าที่ จึงถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วโดยปริยาย และไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ การนำสวนดังกล่าวกลับไปพัฒนา ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ว่าฯ กทม. ควรต้องวินิจฉัยว่าสวนดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันอยู่หรือไม่ หากผู้ว่าฯ กทม. วินิจฉัยว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องเรียกคืนที่ดินดังกล่าวตามกฎหมาย หากผู้ว่าฯ กทม. วินิจฉัยว่าไม่ใช่ สมาคมฯ จะไปฟ้องศาล เพื่อให้มีคำวินิจฉัยออกมาให้เป็นที่สุดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่
ด้าน นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยได้มอบหมายให้นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. และนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. ให้ดูรายละเอียดเรื่องการขออนุญาต การจ่ายภาษีโรงเรือน ภาษีบำรุงท้องที่ รวมถึงขอคัดคำพิพากษา เนื่องจาก กทม.ไม่มีข้อมูล รวมถึงคำแถลงของนายชูวิทย์ต่อศาลด้วย
สำหรับสวนชูวิทย์ ไม่เกี่ยวข้องกับ กทม. ที่ผ่านมา ไม่ได้ลงทุนใด ๆ ทั้งสิ้น คงต้องรอให้ทางรองผู้ว่าฯ กทม.และปลัด กทม. สรุป เพราะเรื่องนี้ต้องชัดเจน ย้ำว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ.



