ถือฤกษ์ดีแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับสาว “ลูลู่ อาร์สยาม” หรือ “ลูลู่ ดวงฤดี” หลังจากที่คบหากับแฟนหนุ่มนอกวงการ มานานถึง 20 ปี ล่าสุด ลูลู่ จูงมือแฟนหนุ่ม สุชาติ มาเผยถึงเส้นทางรักผ่านรายการโต๊ะหนูแหม่ม พร้อมสารภาพกับเรื่องราวที่เคยทำผิดต่อสามี เกือบไม่ได้แต่งงานเป็นเจ้าสาวให้ในวันนี้
ลูลู่ เผยว่า “ต้องบอกก่อนว่า เราคบเขาตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าวงการ จนวันหนึ่งเราเข้าสู่วงการ มีคนรู้จัก มีเงินทองทุกสิ่งอย่างเข้ามา และเราก็ไม่รู้คำว่าหลงตัวเองหลงระเริง เราไม่รู้เราตามทุกสิ่งอย่าง พอเราไปงานคอนเสิร์ตไปเจอผู้ชาย ก็รู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้โดนใจจังเลยรู้สึกชอบจังเลย ทั้งที่สามีก็อยู่บ้าน และเราก็พูดกับเค้าเลยว่า ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว อยากอยู่คนเดียว ปิดใจแล้วตอนนั้นก็ไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว มันเหมือนกับหมดรัก เหมือนเราไปเจอกันที่ใช่และสวยงาม ซึ่งเป็นความหลงผู้ชายคนไหนมากกว่า ทุกคนเตือนหมดเลยแต่เราไม่ฟัง เพราะเราจะไปอย่างเดียว ส่วนกลับมาได้ยังไงเรารู้เลยว่าการออกไปเผชิญข้างนอกมันไม่ใช่ มันกลับทำให้เรารู้สึกว่าเราจะเสียผู้ชายคนที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ซึ่งเขาเป็นคนดีไม่เคยทำผิดกับเราเลย แต่ไปหากับอีกคนนึงมันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นการหลงระเริงชั่ววูบ หนูบอกเลยโทรฯ มาเลยก็ถามเขาว่าเป็นยังไงบ้างหนูว่าถ้าเค้าไม่รอหนูวันนั้น และถ้าหนูไม่ได้ตัดสินใจกลับมาคงไม่มีหนูในวันนี้ และสิ่งที่เราสร้างมาด้วยกันตั้งแต่ไม่ได้มีอะไรเลย (ร้องไห้) ถ้าเค้าไม่ให้อภัยหนูไม่รีบดึงหนูกลับมา และไม่ได้แต่งงานกัน หนูรู้สึกผิดมาก หนูบอกเลยว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้หนูจะไม่ทำเลย และสิ่งที่หนูทำไปหนูไม่รู้ว่าอันไหนคือความจริง หรืออันไหนหลอกลวงในชีวิตเรา”

“เรื่องขอแต่งงาน เขาเป็นเซอร์ไพร้ส์ที่สนใจอยู่เหมือนกัน เพราะการที่คุกเข่าขอแต่งงานมันไม่น่าจะเป็นโมเมนต์ของเขา เพราะหนูรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้หวานเลยซึ่งเขาเป็นคนที่จริงใจมาก เพราะฉะนั้นเป็นการวางแผนของลาล่าทั้งหมด ซึ่งถ้าเขาไม่ได้รักเราจริงเขาก็คงไม่วางแผนขอแต่งงานเรา หนูว่าผู้หญิงทั้งโลกก็ต้องก้าวเจอสิ่งนี้ถ้าเราได้เจอผู้ชายที่รักเราจริง ก็ต้องอยากมีโมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงานหรือไม่ต้องคุกเข่าก็ได้ ขอเราแต่งงานซักวันอะไรอย่างนี้ มันอยู่ในใจเราอยู่แล้ว ที่เลือกผู้ชายคนนี้ ระยะเวลาที่คบกันมามันเป็นคำตอบให้กับหนูแล้วว่าถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้หนูก็คงไม่แต่งงาน แต่พอมาเจอแล้วก็จบกับผู้ชายคนนี้มันคือสิ่งที่เราเลือกสิ่งที่ดีแล้ว เพราะทุกครั้งที่เราทุกข์อยู่ด้วยกัน สุขเราก็อยู่ด้วยกัน เวลาหนูป่วยเขาก็ดูแลหนู เขาไม่เคยออกสื่อใด ๆ เค้ายอมทุกอย่าง”

สุชาติ เผยว่า “ตอนแรกเราก็ตกใจใจหายเหมือนกันคิดว่าเค้าอำ แต่สังเกตพฤติกรรมเขา เค้าเปลี่ยนไปในช่วงนั้นซึ่งช่วงนั้นงานเค้าเยอะเค้าจะไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะว่าขึ้นเหนือลงใต้ ประมาณสองอาทิตย์ถึงจะได้กลับมาบ้านที ความรู้สึกเราก็เลยรู้ว่าเค้าเปลี่ยนไป เราเลยนั่งคุยแต่เค้าก็ไม่ยอมบอก แต่เค้าบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ตอนนั้นเค้าก็ให้ลาล่าโทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้างเพราะเค้าจะบล็อกเบอร์ผมหมดเลย ซึ่งผมก็ติดต่อเขาไม่ได้ ร้านลาบก็บอกว่ามีคนอยากจะคุยด้วยผมก็รู้อยู่ในใจแล้วว่าน่าจะเป็นเขา เพราะมันเป็นความผูกพันด้วยมันอยู่กันมาเจ็ดปี พอรู้ว่าจะเป็นเค้าคุยด้วยเราก็คุยกัน ซึ่งเค้าบอกว่าเค้าจะกลับมานะ ผมก็บอกว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับมา อย่างที่พี่บอกว่าคนเราจะเจอกันและแต่ละกันเลยมันเป็นไปไม่ได้ อย่างที่ผมบอกว่าผมเจอครั้งแรกผมก็ไม่ได้รักเขา แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมานานมันผูกพันเป็นคำว่ารัก ซึ่งเราก็ลำบากกันมามาก ผมก็พอรู้ครับ ผมว่าเค้าน่าจะจิตตกด้วยแหละ ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน จนมาถึง 20 ปี ถึงจะวางใจและเชื่อใจกัน เรื่องแต่งงาน ลาล่า เป็นคนวางแผนให้ทั้งหมด แต่เค้าก็เริ่มเกริ่นมาแล้ว”



