เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่วัดนายโรง แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานมหากุศล ทอดผ้าป่าสามัคคีภายใต้โครงการ “2 ทศวรรษ วิทยุวัดนายโรง 1 ปี 1 ครั้ง ส่งต่อวัคซีนใจ นำพาสังคมสู่ Safe Zone อย่างยั่งยืน” โดยมี น.ส.กนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส พร้อมอัญเชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายแด่ พระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง

จากนั้นมีการบรรยายธรรมเพื่อขับเคลื่อนหลักธรรมพระราชทาน “ธรรมนาวา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระภาวนาวัชรปัญญา (พระอาจารย์มหาชนก ชวนปญฺโญ) ประธานสงฆ์สถานศึกษาธรรมไร่ธรรมดา จ.เลย ซึ่งได้มอบแนวทางสร้าง “เซฟโซน (Safe Zone)” หรือพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่แท้จริง ว่าไม่ใช่การหนีปัญหาไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว แต่คือการสร้างความมั่นคงจากภายในจิตใจ เพื่อให้สามารถเผชิญหน้าและเรียนรู้ความจริงของชีวิตได้

ทั้งได้มอบ “ยารักษาใจ 2 เม็ด” เพื่อเป็นวัคซีนใจให้แก่ประชาชน ได้แก่ เม็ดที่ 1 คือการระลึกถึงพระรัตนตรัย (พุทโธ เม นาโถ, ธัมโม เม นาโถ, สังโฆ เม นาโถ) เพื่อยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งทางใจ และ เม็ดที่ 2 คือยาแก้อาการ ด้วยการรู้จัก “ทักอารมณ์” เรียนรู้อารมณ์ตามความเป็นจริง เพราะสิ่งใดที่ถูกรู้ ความกังวลและความทุกข์นั้นก็จะค่อยๆ ดับไป และยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมทำความดีในชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การพูดจาดี หรือการแสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ เพื่อนำบุญกุศลเหล่านี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระครูรัตนโสภณ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการจัดงานในปีนี้ คือการเป็นวาระครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม วัดนายโรง (FM 94.75 MHz) ซึ่งตลอดมาเปรียบเสมือนที่พึ่งทางใจของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงแต่ปัจจุบันสถานีต้องยุติการออกอากาศลงตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์คลื่นความถี่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวติดขัดเงื่อนไขที่ต้องได้รับการยินยอมจากสถานีวิทยุข้างเคียง 2 แห่ง โดยปัจจุบันทางวิทยุกองทัพบกได้มีหนังสือยินยอมให้วิทยุวัดนายโรงเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์คลื่นแล้ว แต่ยังคงรอการพิจารณาให้ความยินยอมจากทางสถานีวิทยุอสมท. ทางคณะกรรมการและผู้จัดงานจึงใช้โอกาสนี้ขอความเห็นใจจากกสทช. และผู้บริหารอสมท. ให้ช่วยพิจารณาสนับสนุนและรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อให้วิทยุธรรมะที่ดำเนินการทดลองออกอากาศมากว่า 13 ปี โดยไม่เคยมีข้อร้องเรียนเรื่องคลื่นรบกวน ได้กลับมาทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางจิตใจและเยียวยาผู้คนในสังคมต่อไป

เจ้าอาวาสวัดนายโรง กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในงานดังกล่าวยังได้มีการร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสมทบทุนก่อสร้าง “อุทยานการศึกษาวัดนายโรง” ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินบริจาคของครอบครัวบุญจนาถบพิตร ณ ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ซอยโชคสมบัติ 22โดยโครงการนี้จัดสร้างขึ้นบนที่ดินที่ได้รับความเมตตาถวายให้แก่วัดนายโรงโดย นายจรูญ – นางสุวรรณา และนายจิโรจ บุญจนาถบพิตร พร้อมด้วยบุตรธิดา ซึ่งได้มีพิธียกเสาเอก เสาโท ในการก่อสร้าง ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ด้วย ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสงบที่ครอบคลุม “3 เสาหลักแห่งสุขภาวะองค์รวม” ได้แก่ ด้านจิตใจ (สถานปฏิบัติธรรม) ด้านปัญญา (แหล่งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) และด้านร่างกาย (คลินิกการแพทย์แผนไทย) เพื่อดูแลพระภิกษุและประชาชนทั่วไป

“สถานีวิทยุวัดนายโรง ทำหน้าที่เป็นสื่อสีขาวปลอดโฆษณา เยียวยาจิตใจคนเมืองและกลุ่มเปราะบางมานานถึง 20 ปี หลังจากที่ต้องยุติการออกอากาศไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากที่ขาดสิทธิการเข้าถึงธรรมะ เพราะไม่สามารถใช้สื่อออนไลน์หรือสมาร์ทโฟนได้เหมือนคนยุคใหม่ โดยขณะนี้วัดนายโรงกำลังเร่งทดสอบสัญญาณคลื่นความถี่ใหม่ร่วมกับอสมท เพื่อไม่ให้รบกวนกัน จึงอยากสะท้อนเสียงของสังคมเพื่อวิงวอนขอความเห็นใจจากกสทช. ในการสนับสนุนพื้นที่เยียวยาใจของประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” พระครูรัตนโสภณ กล่าว



