สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า สำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้รายงานว่า กองทัพประชาชนเกาหลี ( เคพีเอ ) หรือกองทัพเกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ ( เอสอาร์บีเอ็ม ) 2 ลูก ออกจากฐานยิงในจังหวัดฮวังแฮเหนือ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยขีปนาวุธมีทิศทางพุ่งไปทางทะเลตะวันออก เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ ขีปนาวุธทั้งสองลูกเดินทางได้เป็นระยะทางไกลประมาณ 370 กิโลเมตร แล้วตกลงนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น ( อีอีแซด ) สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลโตเกียว ซึ่งดำเนินการประท้วงผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเกาหลีใต้และสหรัฐปิดฉากการซ้อมรบร่วม “ฟรีด้อม ชิลด์ 2023” ระหว่างวันที่ 13-23 มี.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือและกองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐ และเกาหลีใต้ เตรียมซ้อมรบยกพลขึ้นบกร่วมกัน ในชื่อรหัสปฏิบัติการ “ซังยอง” ระหว่างวันที่ 27 มี.ค.-3 เม.ย.นี้

นอกจากนั้น เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จของ “อาวุธโจมตีนำวิถีใต้น้ำรุ่นใหม่” เป็นยานไร้คนขับหรือโดรน ขับเคลื่อนใต้ทะเลที่ระดับความลึก 80-150 เมตร ได้นานประมาณ 59 ชั่วโมง และยิงระเบิดจากใต้น้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดรนดังกล่าวมีชื่อว่า “แฮอิล” เป็นภาษาเกาหลีหมายความว่า “สึนามิ” ซึ่งรายงานของเคซีเอ็นเอระบุว่า “สามารถสร้างคลื่นกัมมันตรังสี” ผ่านการระเบิดใต้ทะเล เพื่อลอบโจมตีน่านน้ำของฝ่ายปรปักษ์ และทำลายท่าเรือและกองเรือที่เป็นเป้าหมาย อีกทั้งสามารถติดตั้งได้ที่ท่าเรือทุกแห่งในเกาหลีเหนือ คำกล่าวที่สื่อถึง “ความพร้อมของการโจมตีด้วยนิวเคลียร์”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า เกาหลีเหนือสามารถพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์แบบย่อส่วน สำหรับใช้ติดตั้งกับอาวุธขนาดเล็กลักษณะนี้ได้แล้วหรือไม่.

เครดิตภาพ : REUTERS