นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า ที่ประชุมบอร์ด รับทราบหลักการที่สำนักงาน กสทช. เสนอ กรณีการซื้อกิจการ 3บีบี ของ เอไอเอส โดยให้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาศึกษา และจัดทำโรดแม็พ และจัดทำโฟกัส กรุ๊ป เหมือนกรณีการควบรวมกิจการของทรู-ดีแทค โดยขณะนี้เอกสารในการซื้อกิจการของเอกชนทั้งสอง ยังอยู่ในขั้นตอยการตรวจสอบของสำนักงานฯ ยังไม่ได้เสนอขึ้นมายังบอร์ด
“สำหรับการที่เอไอเอส มีการให้ข่าวว่าจะดำเนินการเรื่องซื้อกิจการ 3บีบี ให้แล้วเสร็จในไตรมาส 2 นั้น ทาง กสทช. คงไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการประวิงเวลาในเรื่องนี้อย่างแน่นอน คงต้องรอดูตามโรดแม็พ ที่ทางสำนักงานฯ และอนุกรรมการ ที่จัดตั้งขึ้นจะเสนอขึ้นมา”
นายแพทย์สรณ กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องการสรรหา เลขาธิการ กสทช. ที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 7 เม.ย. นั้น ตอนนี้ มีผู้มายื่นใบสมัครแล้ว 1 ราย คือ นาย ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ในปัจจุบัน ซึ่งหากถึงเวลาปิดรับสมัครแล้ว มีคนมาสมัครน้อย ก็อาจจะเลื่อนระยะเวลาการรับสมัครออกไปอีก ทำให้ที่วางไทม์ไลน์ไว้ว่าจะมี เลขาธิการ กสทช. คนใหม่ มาทำหน้าที่ภายในปลายเดือน เม.ย. นี้ อาจไม่ทัน ต้องเลื่อนเวลาออกไป
“ตอนนี้มีคนแนะนำคนที่เหมาะสม มา 3-4 คน แต่ไม่สามารถบอกชื่อได้ ต้องให้มาสมัครคัดเลือกตามขั้นตอน ส่วนกรณีที่ไม่มีการรับรองมิติที่ประชุมในการสรรหา ไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประธาน เป็นเพียงการแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ไม่ต้องใช้การลงมติ”
สำหรับในเรื่องการยกเลิกกฎ มัสต์แฮฟ และ มัสต์ แครี่ นั้น ขณะที่อยู่ระหว่างการรับฟีงความคิดเห็น 30 วัน ซึ่งก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คงยกเลิกไม่ทันซีเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งหาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หรือภาคเอกชนมีการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมา ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎ มัสต์แฮฟ อยู่ ที่ต้องมีการนำออกอากาศในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้ประชาชนดูฟรีทุกช่องทาง.



