กลายเป็นไวรัลที่แฟนๆ พูดถึงหนักมากสำหรับการรำท่ามกลางสายฝนของ อิงฟ้า วราหะ นางงามและดาราดังในพิธีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม โดยล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจหลังมาร่วมงานตลาด “A fair รวมของดี 4 ภาค” ที่ห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค ถึงโมเมนต์ที่ตนเองรำและเรื่องราวความรักที่หลายคนอยากรู้หนักมากว่าพี่ฟ้าของพวกเขาโสดหรือไม่

อิงฟ้า เผยว่า “ต้องบอกก่อนว่า ทริปนี้เราตั้งใจด้วยแรงศรัทธา ต้องไป 4 อีเวนต์เลยคือไปตั้งแต่กลางคืนแล้วมีไปไหว้ถวายของต่างๆ ก่อนเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย เขาบอกว่าเป็นช่วงที่พายุจะเข้าประมาณ 3-4 วัน จะทำยังไงดีมันไม่ใช่หน้าฝนธรรมดา มันเป็นพายุเข้า ซึ่งช่วงที่ไหว้ตอนกลางคืน เราก็บอกขอให้ตลอดทั้งงานราบรื่น ขอให้บางช่วงถ้าฝนหยุดได้ก็ขอให้ลูกแล้วกัน เราไม่ได้ห่วงแค่ตัวเรา เราก็บอกว่าไม่อยากให้บริวารที่มางานเจ็บป่วยกับงานนี้ ตอนไหว้ขอเสร็จฝนก็หยุดตอนกลางคืน มีชาวบ้านเขาก็ส่งต่อเรื่องราวกันว่า เมื่อคืนพี่ฟ้ามาไหว้แล้วฝนหยุดไป แต่เราว่ามันน่าจะเป็นช่วงจังหวะเวลาพอดีด้วยในตอนนั้น แต่พอเราไหว้ขึ้นรถเสร็จฝนตกอีก เรื่องบางเรื่องมันมีความประหลาดใจ มหัศจรรย์ใจ พอวันรุ่งขึ้นเราเริ่มไปบวงสรวงตั้งแต่เช้า ก็มีฝนมาปรอยๆ เริ่มใจไม่ค่อยดีแล้ว เพราะว่าฟ้าเหมือนจะไม่ค่อยเปิดเลย สรุปก็คือมีช่วงเวลาที่ฝนหยุดในตอนบ่าย ซึ่งตอนที่เราออกมารำเป็นช่วงที่เราเครียดที่สุด เพราะว่าถ้าช่วงที่เรารำตอนบ่ายที่เป็นปากแดงชุดแดง ชุดสาวภูไท ถ้าตอนนั้นเปียกสำหรับอันต่อไปที่จะเปลี่ยนไปชุดรำถวายใหญ่จะลำบากเลย คือขอแค่ว่าถ้าฝนจะตกหรือว่าจะมีช่วงที่เปียกเราขอเป็นตอนท้ายเลย ขอแค่ตอนนั้นอย่าตก เราก็ขอท่านไปตอนที่ทำพิธีไหว้ สรุปว่าฝนหยุดในช่วงบ่าย ได้รำถวายชุดเล็กไปในชุดปากแดงสาวภูไท พอเรารำเสร็จก็ตกใหม่ มันก็คือตกๆ หยุดๆ ก็ประหลาดใจเพราะว่าบังเอิญช่วงที่ฝนหยุดเป็นช่วงที่เราทำกิจกรรมพอดี มาถึงช่วงที่เรารำถวายชุดใหญ่ที่ทุกคนได้เห็นในช่วงที่เป็นไวรัล ฟ้าตั้งจิตอธิษฐานเราก็พูดไปบอกว่า พ่อ รำทั้งหมดมีสี่เพลง ถ้าจะตกขอตกเพลงที่สาม อยากเป็นนางรำคนแรกที่รำกลางสายฝน เราพูดแบบนั้น แต่ขอให้มีช่วงที่สวยๆ หน่อยนะ อย่าเพิ่งตกเพลงแรก จริงๆ ช่วงที่รำหนึ่งถึงสองเพลงแรก ถ้าดูในภาพฝนแทบจะไม่มีเลย แล้วพอเพลงที่สาม มันก็หนักขึ้นแล้วปรอยลงมา ถ้าคนสังเกตในคลิปมันเป็นสายฝนที่สวยมากๆ แล้วตัวฟ้าเองตอนที่รำ เราก็ใส่คอนแทคเลนส์ ตาเรามองไม่เห็นแล้ว ด้วยควันที่มันค่อนข้างจะเยอะมากๆ ทำให้มองไม่เห็น เขาเรียกว่าแม่ไก่ที่รำข้างหน้า ตายแล้วจะรำยังไงดีล่ะ เราก็เลยใช้เซ้นส์ในการรำ ตั้งใจอธิษฐานว่า อยากให้รำแบบไหนให้นำไปแบบนั้น ให้มีความจำอะไรแว่บมาก็ได้ ว่ามันควรจะต้องรำแบบไหน ก็มีมองบ้าง นึกเองบ้าง”

“ส่วนที่แฟนๆ เขาก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่างดูสวยเป๊ะ แล้วก็ไม่ได้มีหลุดอะไร เราก็ได้เห็นภาพ โอ้ว มันสวยมาก แล้วเราก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าขอให้ งานนครพนม 7.7 เขารอคอยเรามา 3 ปี กว่าจะได้คิวเราไป ให้ยังไงก็ได้นะพ่อขอให้งานนี้แมสระดับประเทศระดับโลกไปเลย ให้ทุกคนได้เห็นคลิป เห็นช่วงความเชื่อ พิธีของเราต่างๆ แล้วมันก็เป็นสมใจของเราจริงๆ แล้วเพลงที่สี่เนี่ย คือฝนตกหนักมากแล้ว หนักถึงขั้นที่ว่าพายุน่าจะเริ่มมาแล้ว ทีมงานเขาก็เลยบอกเราว่า พอก่อนมั้ย เพราะว่าวันนี้เราก็มีงานด้วย เขาก็กลัวเราจะไม่สบาย แต่เราก็พูดไปแล้ว ถ้าคนที่นับถือเรื่องพญานาค เขาจะนับถือเรื่องสัจจะวาจา ต้องรำให้จบเพลง คือทีมงานทุกคนก็เป็นห่วงเขาอยากจะเอาร่มมาให้ แต่เราก็กลัวว่าถ้ากางร่มแล้วเดี๋ยวข้างหลังจะไม่เห็นเพราะว่ามันจะบัง ก็เลยเป็นภาพที่ทุกคนได้เห็นการรำกลางสายฝน จริงๆ งานนี้ชื่นชมฟ้าคนเดียวก็ไม่ถูก ต้องชื่นชมพี่น้องที่อยู่ด้านหลังด้วย แม่ๆ นางรำเขาสู้กันมาก เราหันไปแล้วแบบ โอ้โห พูดแล้วยังขนลุกเลย ทุกคนยิ้มแย้มสนุกสนาน ไม่ได้ดูเหมือนคนตากฝนแต่เหมือนเล่นฝนกันน่ะ รำสุดแขน มันเป็นท่ารำที่จริงๆ ไม่ได้มีอยู่ในโชว์ จริงๆ สำหรับการโชว์อันนี้เขาจะมีแม่ไก่ แม่ไก่คือครูที่รำอยู่ด้านหน้า เขาจะรำในท่าที่ค่อนข้างเพลย์เซฟนิดนึง ก็จะเป็นท่าที่ไม่ได้ยาก เราก็สังเกตตลอดสี่เพลง เราแทบจะไม่ได้หันหลังไปเลย เพราะเราก็จะห่วงดูแม่ไก่ด้านหน้า กลัวรำผิดรำถูก ซึ่งเพลงสุดท้ายฟ้าเห็นว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันหลังไปให้พี่น้องข้างหลังได้เห็นบ้าง เพราะว่าประชากรที่อยู่ด้านหลังก็เยอะมาก ก็เลยตัดสินใจถ้าหันไปเราไม่รู้อยู่แล้วว่าท่ารำจะเป็นยังไง เราก็เลยรำท่าเราไปเลย ก็เลยเป็นการรำท่าสุดแขนของเรา”

อิงฟ้า เล่าต่อว่า “ตอนรำท่ามกลางสายฝน อุปกรณ์เครื่องแต่งกาย จะล่อฟ้าจุดนี้ ตรงนั้นกี่ 1,000 คนอ่ะ ทั้งขบวนมาได้แรงศรัทธา เราก็รู้สึกว่าให้สวยสมฐานะ สิ่งที่ขนลุกก็คือ 7.7 คือเป็นวันที่ 7 เดือน 7 แล้วเราก็เป็นนางรำคนที่ 7 เพราะฉะนั้นมันต้องสมฐานะทุกอย่าง ถ้าเราจะแต่งแบบซอฟต์เกินก็ไม่ได้ ก็เลยจัดเต็มแต่ว่าทุกอย่างก็ปลอดภัยค่ะ เซฟกันดี ส่วนขอเรื่องงานไปแล้ว ก็มีขอเรื่องอื่นมีค่ะ ส่วนมากก็จะขอให้สุขภาพแข็งแรง เพราะว่างานเราก็คงมีมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องสุขภาพพอเราโตขึ้นมันก็จะเริ่มรู้แล้วว่าเอ็นเนอร์จี้หรือว่าร่างกายของเรามันต้องได้รับการดูแลมากขึ้น แล้วก็มีขอเรื่องความรักบ้าง (ยิ้ม) เลขสามแล้วก็เป็นเรื่องปกติ ก็ขอให้เจอคนที่ศีลเสมอกัน ในชีวิตนี้เป็นผู้ให้มาตลอด อยากเป็นผู้รับบ้าง (ยิ้ม) คนคุยมีไหม มันก็มีบ้างค่ะ แต่ว่าเราอยู่ตรงนี้มันต้องรับแรงกดดันหลายอย่างใช่มั้ย หลายๆ คนก็อาจจะกลัวบอส (ณวัฒน์) พ่อหวงหรือเปล่า ป๊าหวงหรือเปล่า แฟนคลับบางทีอาจจะมีทั้งแบบน่ารัก หรือว่าบางคนอาจจะเป็นฟีลแบบเดี๋ยวโดนโจมตี อยู่ตรงนี้มันก็ต้องสตรองพอสมควร คนที่เข้ามาก็ต้องแข็งแกร่งมากๆ”

“ถามว่ามีคนกล้ามาคุยเยอะไหม ต้องบอกเลยว่า ไม่เยอะ (หัวเราะ) แต่ว่าเขาไม่ได้หวงในลักษณะที่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะใช่ พอเป็นตอนนี้เขาแค่อยากให้เราเจอคนที่ดี แล้วเขาก็รู้ว่าเราเหนื่อยมาเยอะ ทำงานเยอะ ชีวิตครอบครัวการเติบโตของเราเป็นยังไง ถ้าเจอคนที่ดี เขาก็สนับสนุน ถ้าเจอคนที่เหมาะสม เขาก็ให้เรามีแฟนได้ ไม่ได้แบบว่า โห ห้ามนะ สเปกนั้น ไม่มีเลยค่ะ ไม่ได้มีเรื่องของเพศสภาพ เพศอะไรก็ได้ ไม่ได้ติดเรื่องของเพศเลย คือไม่ได้จะเจาะจงว่าต้องเป็นเพศไหน ขอแค่แบบสบายใจเข้าใจ แล้วก็อย่างที่บอกเข้ามาดูแลเราได้ คือทั้งชีวิตเราดูแลแต่คนอื่น ก็อยากให้มีคนมาดูแลเราบ้าง ถามว่าบอสณวัฒน์ มีบอกไหมให้มีแฟนตอนไหน ก็ไม่บอกนะคะ จริงๆ ถ้าเจอคนที่รู้สึกว่าซัพพอร์ตจิตใจเราได้ ทำงานแล้วหายเหนื่อย เขาก็ให้เรามีได้ค่ะ”

“ตอนนี้บอสเปิดมากค่ะ เปิดมากๆ ขอแค่เขาสแกนแล้วเขารู้สึกว่าแบบโอเค เราก็อยู่กับเขามานานหลายปีแล้ว เขาก็คงอยากให้เราได้เจอคนที่ดี ถามว่าใช้คำว่าพ่อปล่อยเราแล้วได้หรือยัง ก็ได้แล้ว ไม่หวง แต่เรื่องแต่งงาน ถ้าแต่งงานน่าจะ 34-35 ไปเลย ตอนนี้ก็ยังสนุกกับการทำงาน ยังสนุกกับการได้เจอแฟนคลับ อีกหนึ่งอย่างถ้าคนที่เข้ามา ก็ต้องรู้ว่าชีวิตเราเป็นคนที่มีเวลาน้อยมาก ตอนนี้ก็เรียกว่าโสดอยู่นะคะ”





