สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าสืบเนื่องจากการที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ที่กรุงอังการาของตุรกี ว่ารัสเซียกำลังเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการป้องกันน่านฟ้าของตนเอง และหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเปิดโอกาส ให้ทั้งรัสเซียและยูเครนกลับมาเจรจากันเพื่อยุติสงคราม


นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมี “ความเข้าใจคลาดเคลื่อน” ว่า การยกระดับแรงกดดันทางทหารจะช่วยปูทางไปสู่การสร้างสันติภาพ พร้อมยืนยันว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่ผิด และอาจทำให้ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนดำเนินต่อไปนานยิ่งขึ้น


เปสคอฟกล่าวด้วยว่า หากสถานการณ์ยกระดับ รัสเซียจำเป็นต้องขยาย “เขตความมั่นคง” หรือ “พื้นที่กันชน” ให้กว้างขึ้น ดังนั้น การเพิ่มความตึงเครียด และดำเนินมาตรการที่นำไปสู่การเผชิญหน้าจะไม่ช่วยให้กระบวนการสันติภาพคืบหน้าแต่อย่างใด


เมื่อถูกถามถึงการที่ทรัมป์อนุมัติให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตภายใต้ใบอนุญาตของสหรัฐ เปสคอฟกล่าวว่า รัสเซียไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการจัดหาอาวุธของสหรัฐให้ยูเครน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตระหนักดีถึงเรื่องนี้


อย่างไรก็ตาม เปสคอฟกล่าวว่า รัสเซียยังมองเห็น “ความย้อนแย้ง” ในท่าทีของสหรัฐ เพราะแม้จะยังคงสนับสนุนยูเครนด้านอาวุธ แต่รัฐบาลวอชิงตันก็ยังแสดงความต้องการที่จะผลักดันกระบวนการสันติภาพ แตกต่างจากหลายประเทศในยุโรป แม้สหรัฐอาจตัดสินใจผิดพลาดในบางครั้ง แต่รัสเซียเชื่อว่า ความตั้งใจดังกล่าวเป็นความจริงใจ


เปสคอฟย้ำว่า รัสเซียยังคงหวังว่า สหรัฐจะกลับมาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนอีกครั้ง หลังวิกฤติในตะวันออกกลางคลี่คลาย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS