เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เวลา 15.00 น. ที่ จ.น่าน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 2 เบอร์ 1 นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส.น่าน รวมถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมืองน่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น เปิดกิจกรรมปล่อยขบวนรถแห่ “กี๊ดใหญ่ทำเป็น” 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยขบวนรถวิ่งไปรอบตัวเมืองน่าน และสิ้นสุดบริเวณหน้าวัดภูมินทร์ (ถนนคนเดิน) ท่ามกลางมวลชนมารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่น

นายเศรษฐา กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปราศรัยโจมตีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของพรรค พท. ว่า เสี่ยงที่จะทำให้ประเทศพังว่า ท่านก็มีความเห็นของท่านไป แต่อย่างที่ตนเคยเรียนว่า 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนบอบช้ำเยอะ เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ การหยอดน้ำข้าวต้มทีละ 1,000 หรือ 2,000 บาท มันไม่เกิดการกระตุ้น พี่น้องประชาชนต้องการการช่วยเหลือเยอะ ดังนั้นเงิน 10,000 บาท ไม่ใช่ว่าเราไม่มีที่มาที่ไป การที่เราออกนโยบายนี้ เรามั่นใจว่า จะมีเงินกลับเข้าคลังได้ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล การจัดการงบประมาณปีหน้า ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภา หากพรรค พท. ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้ามาเป็นรัฐบาล เชื่อว่าจะสามารถจัดการงบประมาณได้ ถ้าเราสามารถรีดงบได้ประมาณ 2 แสนล้านบาท

ด้านนายชัยเกษม กล่าวว่า ตนว่าท่านห่วงเพราะท่านสร้างหนี้ไว้มากมายมากกว่า ก็เลยห่วงว่าไม่สามารถกู้ได้ แต่พรรค พท. คิดว่าไม่มีปัญหา ถ้าท่านไม่สร้างหนี้ไว้มากมาย พรรค พท. คงไม่ต้องคิดนโยบายที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า หลายประเทศที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลเกิดการล่มสลายมาแล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนว่าท่านไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แนะนำให้ท่านไปอ่านแล้วทำความเข้าใจให้ดี

เมื่อถามว่าหนี้สาธารณะที่รัฐบาลนี้สร้างไว้ จะไม่เป็นปัญหาต่อพรรค พท. ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า จะบอกอย่างนั้นก็ไม่เชิง ก็เป็นปัญหา แต่เราแก้ไขได้ เราอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พรรคเพื่อไทยชี้แจงแหล่งที่มาของเงินในนโยบายดังกล่าว นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นธรรมดาอยู่แล้ว คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรค รวมถึงฝ่ายกฎหมายกำลังเตรียมเอกสารอยู่ และยินดีที่จะไปชี้แจง

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ประเด็นนี้เราได้เสนอไปตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งการที่เราประกาศนโยบายผ่านกรรมการบริหารพรรค และได้ยื่นต่อ กกต. ซึ่งเป็นเพียงรายละเอียดที่ กกต. ขอเพิ่มเติมว่า ที่มาของแหล่งเงิน ระบุให้ชัดไปว่าจะมาจากที่ไหน อย่างไร ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามกฎหมาย เรายินดีปฏิบัติตามนั้นอยู่แล้ว ไม่เป็นปัญหาอะไร ทั้งนี้ เขาไม่มีอำนาจอนุญาตหรืออนุมัติในเรื่องของนโยบาย แต่ กกต. ทำตามข้อกฎหมายว่า ให้แจ้งให้เขาทราบเรื่องที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งกรอบใหญ่เราแจ้งไปแล้ว.