เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนเกษตรกรจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา สส.หลายคนอภิปรายแสดงความเป็นห่วงกลไกราคาทุเรียน ที่พ่อค้าคนกลางชาวจีนคุมตลาดทุเรียนเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบเข้าไปตรวจสอบล้งจีน
นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) ได้นำทุเรียน พร้อมตาชั่ง เข้ามาโชว์ในห้องประชุมสภา เพื่อประกอบการอภิปรายสะท้อนปัญหาทุเรียน โดยกล่าวว่า ขณะนี้พ่อค้าคนกลางจีนหรือล้งจีนคุมตลาดเบ็ดเสร็จ คุมราคา 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่แค่ตั้งจุดรับซื้อ แต่ไปเหมาถึงสวน ตั้งแต่ผลไม้ยังไม่ออก ตัดทุเรียนอ่อนส่งออก ทำให้ทุเรียนไทยไม่มีคุณภาพ
ไม่กี่วันก่อน มีอินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนต์ขายทุเรียนพรีเมียม ลูกละ 100 บาท จากราคา 600-700 บาท มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ร่วมทำคอนเทนต์ด้วย จนเกิดคำถามทำลายตลาดทุเรียน กระทรวงพาณิชย์จึงกลับลำ บอกเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แม้ รมว.พาณิชย์จะปรารถนาดี แต่ผิดคิว ผิดเวลา ทำลายคุณค่าทุเรียนไทย จึงมีข้อเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบล้งจีนห้ามลักไก่เอาเปรียบเกษตรกร เอาผิดนอมินีถือครองสวนทุเรียนแทนนายทุนจีน รัฐบาลต้องเปลี่ยนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการเตรียมการล่วงหน้า
ด้านนายปิติกรณ์ บรรณเภสัช สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ภาวะทุเรียนศูนย์เหรียญ กินรวบทุเรียนไทยเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่สวนทุเรียนที่คนจีนมาซื้อสวนทุเรียนผ่านนอมินี ส่งออกไปที่ล้งทุเรียนจีนเข้ามาทุ่มตลาด กดราคาทุเรียนในประเทศ แต่ส่งออกไปยังประเทศจีน เงินวนเวียนอยู่แต่คนจีน ไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เป็นวงจรทุเรียนศูนย์เหรียญ ประเทศไทยฝากลมหายใจการส่งออกทุเรียนไปจีนถึง 80% หรือ 9 แสนตันในปี 2568 จึงควรหาตลาดส่งออกนอกจากจีน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ต้องร่วมมือกำจัดนอมินี บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ดูแลการตัดเกรดทุเรียน การหาตลาดใหม่ ถ้าไม่ร่วมมือกัน เกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้



