สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่า แถลงการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงร่วมกับบริษัทเอไอทั้ง 7 แห่ง ไม่รวมถึงบริษัทแอนโทรปิก ซึ่งมีข้อพิพาทกับกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการควบคุมการใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในกองทัพ

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมประกาศให้บริษัทสตาร์ทอัพเอไอดังกล่าว ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในกระทรวงกลาโหม เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และห้ามไม่ให้กระทรวงกลาโหม และผู้รับเหมา ใช้งานเครื่องมือดังกล่าว

สเปซเอ็กซ์, โอเพนเอไอ, กูเกิล, เอ็นวิเดีย, รีเฟล็กซ์ชัน, ไมโครซอฟท์ และแอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (เอดับเบิลยูเอส) ซึ่งหลายบริษัทร่วมงานกับกระทรวงกลาโหมอยู่แล้ว จะถูกรวมเข้ากับเครือข่ายลับ และลับสุดยอดของกระทรวง ซึ่งจะทำให้กองทัพสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้ได้มากขึ้น เพื่อใช้ในหัวข้อที่ละเอียดอ่อน

นับตั้งแต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐพิจารณาว่า ผลิตภัณฑ์ของแอนโทรปิกเป็น “ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน” ในเดือน มี.ค. และได้เกิดคดีความระหว่างทั้งสอง กองทัพได้แสดงความสนใจในสตาร์ทอัพด้านเอไอเพิ่มมากขึ้น

กระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การขยายบริการเอไอให้กับกองทัพ สำหรับการวางแผน โลจิสติกส์ การกำหนดเป้าหมาย และในด้านอื่น ๆ มีขึ้นเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติการขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะช่วยหลีกเลี่ยง “การผูกขาดผู้ขาย” ซึ่งอาจสื่อถึงการพึ่งพาแอนโทรปิก หรือผู้ให้บริการรายใหญ่รายอื่น มากเกินไป.

เครดิตภาพ : REUTERS