ช่างทำผม, สไตลิสต์ และนักยกน้ำหนักพาวเวอร์ลิฟต์ หนุ่มวัยสามสิบเศษ ผู้ใช้ชื่อว่า ‘ฉี ถัง’ (Chi Tang) บนแพล็ตฟอร์มติ๊กต็อก เปิดเผยประสบการณ์การทำศัลยกรรมกล้ามท้องของตัวเอง หลังจากที่เขาพยายามทุกทาง ตั้งแต่ควบคุมอาหารไปจนถึงการออกกำลังกาย เทรนกล้ามเนื้อ ฯลฯ แต่ก็ยังไม่มีกล้ามท้องหรือ “ซิกแพ็ก” ตามที่เขาใฝ่ฝัน 

ในปี 2562 ถัง ซึ่งยึดอาชีพช่างทำผมและสไตลิสต์ทรงผมที่กรุงนิวยอร์ก ได้ตัดสินใจที่จะทำศัลยกรรมเพื่อทำ “กล้ามท้องถาวร” (Abdominal etching surgery) ซึ่งเป็นรูปแบบการทำศัลยกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างด้วยวิธีการดูดไขมันจากช่องท้องที่อยู่รอบๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา เพื่อให้กล้ามท้องดูเด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในกลุ่มชายแท้และชายข้ามเพศ

ถัง ให้ข้อมูลว่า เขาต้องจ่ายค่าทำศัลยกรรมครั้งนั้นไปเป็นเงินจำนวนมากถึง 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 480,000 บาท) แต่เขาพอใจกับผลที่ได้เป็นอย่างมากและคิดว่าคุ้มค่าเงินมาก

ก่อนทำศัลยกรรม ถัง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงอายุยี่สิบเศษ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร กล้ามท้องของเขาก็ไม่ “ขึ้น” ให้เห็นชัดๆ เสียที เขาบอกว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนร่างใหญ่หรืออ้วนเลย แถมยังฟิตมาก แต่กลับไม่มีกล้ามท้อง

ฉี ถัง ก่อน (ซ้าย) และหลัง (ขวา) ทำศัลยกรรมกล้ามท้องถาวร

ถัง เป็นหนึ่งในหลายคนที่เลือกกินและคุมอาหาร ตลอดจนออกกำลังกายอย่างถูกต้อง แต่ไม่เคยมีซิกแพ็ก กรณีเช่นนี้ โนม ทามีร์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ก่อตั้งทีเอส ฟิตเนสส์ อธิบายว่า การออกกำลังกายและคุมอาหารทำให้คนเรามีรูปร่างผอม ไม่มีไขมัน แต่ถ้าต้องการมีกล้ามเนื้อชัดๆ นั้น บางทีก็ต้องขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้

กระนั้น การคุมอาหารและหมั่นออกกำลังกายของ ถัง ทำให้เขาเป็นคนไข้ที่เหมาะจะทำศัลยกรรมสร้างซิกแพ็กถาวร ซึ่งมีวิธีการคร่าวๆ ก็คือทีมแพทย์จะเฉือนผิวหนังรอบๆ ท้องของคนไข้ แล้วดูดเอาไขมันในบริเวณนั้นออกมาจนหมด กล่าวคือเป็นการ “สกัด” เอาเซลล์ไขมันที่อยู่ชิดกับผิวหนังรอบๆ กล้ามท้องออกไป

อย่างไรก็ตาม การทำศัลยกรรมในลักษณะนี้ก็ไม่ได้แปลว่าคนไข้จะมีซิกแพ็กชัดเจนตลอดไป เพราะหากคนไข้อ้วนขึ้นหรือมีน้ำหนักเพิ่มหลังจากการผ่าตัด ก็จะทำให้เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่ขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งจะทำให้กล้ามท้องหายไปได้

ถัง บินไปทำศัลยกรรมกล้ามท้องที่เมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญทางนี้โดยเฉพาะ เขาเล่าว่า การผ่าตัดใช้เวลาเพียง 2 ชม. ซึ่งเขาหลับตลอดช่วงนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาอีกที การทำศัลยกรรมก็เสร็จสิ้นกระบวนการไปแล้ว 

หลังจากผ่าตัดใหม่ๆ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดมากนัก ซึ่งเป็นเพราะยาชายังออกฤทธิ์อยู่ แต่หลังจากที่เขากลับไปยังโรงแรมและตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เขารู้สึกเจ็บอย่างสุดๆ รู้สึกว่าท้องของเขาตึงไปหมดและแทบจะก้าวขาเดินไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้นึกกลัว เพียงแต่แปลกใจนิดหน่อย

แผลที่บวมเป่งของ ถัง หลังจากรับการผ่าตัดดูดไขมัน

ถัง เล่าว่า ความเจ็บปวดและไม่สบายตัวหลังการผ่าตัดทำให้เขาต้องใช้เวลานานถึง 10 นาที ในการลุกขึ้นและนอนลงในแต่ละครั้ง แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวันแบบง่ายๆ อย่างการเข้าห้องน้ำหรือออกไปรับอาหารที่ไรเดอร์มาส่ง ก็ทำให้เขาเจ็บปวดแสนสาหัส ชายหนุ่มกล่าวว่าเขาไม่อยากใช้ยาแก้ปวดแรงๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเสพติดได้ จึงรับประทานเพียงยาทั่วไปอย่างไอบูโพรเฟนและนั่งดูคลิปต่างๆ จากยูทูบเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด

หลังจากผ่าตัดได้ 4 วัน อาการของเขาก็ดีขึ้นมากและเจ็บปวดน้อยลงเรื่อยๆ เขายังเข้าคอร์สนวดกระตุ้นจุดต่อมน้ำเหลืองอีกด้วย เพื่อช่วยกำจัดของเหลวส่วนเกินในร่างกายที่เกิดจากการดูดไขมัน

เมื่อกลับมายังนิวยอร์ก ถัง เล่าว่า เขาฟื้นตัวได้ดีมาก และสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 3 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด แต่แผลที่บวมหลังผ่าตัดนั้นยังคงต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะหาย และ ถัง ต้องรอถึง 3 เดือน กว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เขาปรารถนา

ถัง พอใจกับกล้ามท้องใหม่ของเขามาก แม้ว่าครอบครัวของเขาจะมองว่าเขา “เพี้ยน” ที่ไปทำศัลยกรรมทั้งที่รูปร่างของเขาก็ฟิตอยู่แล้ว แต่สำหรับเขา การได้เห็นซิกแพ็กของตัวเองชัดๆ ในกระจกนั้น คุ้มค่าทั้งเงินที่จ่ายไปและความเจ็บปวดที่เขาต้องอดทนจนผ่านพ้นมาอย่างที่สุด

แหล่งข่าว : insider.com

เครดิตภาพ : TikTok / Chi Tang