สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงาน คาดการณ์การเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของโลกในปีนี้ อยู่ที่ 2.8% และ 3.0% ในปี 2567 ลดลงช่วงเวลาละ 1.0% เมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า ในรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว
The world economy is still recovering from the unprecedented crises of the last 3 years, and the recent banking turmoil has increased uncertainties. We expect global growth to fall from 3.4% last year to 2.8% in 2023 before rising to 3% in 2024. https://t.co/lvRdo3zKMV pic.twitter.com/XXugLM8G5B
— IMF (@IMFNews) April 11, 2023
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟให้เหตุผลประกอบ การปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า ว่าเป็นผลจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งที่ซบเซา ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เยอรมนี อินเดีย และบราซิล สวนทางกับเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น และการที่เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มหดตัวน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของแทบทุกประเทศบนโลก จะยังคงใช้มาตรการควบคุมทางการเงินที่เข้มงวดและรัดกุม เพื่อตอบสนองต่อภาวะเงินเฟ้อ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ยังคงยืดเยื้อ
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟจับตา การเกิดความเสี่ยงจากผลกระทบต่อเนื่อง ของความเปลี่ยนแปลงที่มาจากปัญหาลุกลามในระบบธนาคารสหรัฐ และการที่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์บังคับให้เกิดการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของประเทศ คือ ยูบีเอสกับเครดิตสวิส เพื่อรักษาสภาพคล่องให้กับเครดิตสวิสต่อไป.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



