สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่านายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ นานประมาณ 90 นาที ซึ่งบรรยากาศของการพูดคุย เป็นไปอย่าง “ตรงไปตรงมาและเป็นมืออาชีพ” โดยผู้นำทั้งสองคน “ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและบริเวณอ่าวเปอร์เซีย”
ทั้งนี้ ปูตินมองว่า การตัดสินใจของทรัมป์ในการขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปนั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เนื่องจากจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับการเจรจา และช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับสถานการณ์ในภาพรวม
Trump:
— Clash Report (@clashreport) April 29, 2026
Putin told me he would like to be involved in enrichment if he can help us get it; I said I would rather have you involved with ending the war with Ukraine. pic.twitter.com/vWRevgVADu
อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียเน้นย้ำถึงผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ต่ออิหร่านและเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ หากสหรัฐและอิสราเอลตัดสินใจกลับไปใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า รัสเซียพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตอย่างเต็มที่
ด้านผู้นำสหรัฐกล่าวว่า การสนทนากับปูติน “เป็นไปอย่างราบรื่นมาก” แต่ทรัมป์กล่าวว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ของการพูดคุยเน้นไปที่สงครามในยูเครน มากกว่าสงครามในอิหร่าน
ทรัมป์เสริมว่า ปูตินต้องการ “ช่วย” ยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และไม่ต้องการให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกัน พร้อมทั้งแสดงความพร้อมมีส่วนร่วม ในฐานะคนกลางเพื่อการเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน แต่เขาบอกกับผู้นำรัสเซียว่า “ต้องยุติสงครามในยูเครนให้ได้ก่อน”.
เครดิตภาพ : AFP



