สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่า สมาชิก 164 ประเทศ ของดับเบิลยูทีโอ บรรลุข้อตกลงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายลดเงินช่วยเหลือหลายพันล้านดอลลาร์ ที่กำลังเป็นอันตรายต่อมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตในทะเล
อย่างไรก็ตาม มันจำเป็นต้องมีการลงนามโดยสมาชิกจำนวน 2 ใน 3 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ อีกทั้งจนถึงตอนนี้ มีประเทศเพียงไม่กี่ประเทศที่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่ นางเอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวลา ผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า สหรัฐให้สัตยาบันแก่ข้อตกลงแล้ว
Yesterday, @AmbassadorTai officially accepted the @wto Agreement on Fisheries Subsidies. Today, elected officials and industry leaders alike are singing her praises.
— Adam Hodge (@USTRSpox) April 13, 2023
Read about their responses to this historic agreement here: https://t.co/Xfo4ovIEUr
“เราหวังว่าคนอื่นจะปฏิบัติตาม และจัดการให้เสร็จสิ้นในเอ็มซี 13” โอคอนโจ-อิเวลา กล่าวถึงการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 13 หรือเอ็มซี 13 ของดับเบิลยูทีโอ ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับส่วนที่โดดเด่นของข้อตกลง
“พวกเราภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกดับเบิลยูทีโอกลุ่มแรกๆ ที่ยอมรับข้อตกลงนี้ ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าพหุภาคีฉบับแรก ที่มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญ” นางแคเธอรีน ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ทางอีเมล
จากงานศึกษาปี 2562 ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Marine Policy เงินสนับสนุนทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 35,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) โดยผู้มอบเงินสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน, สหภาพยุโรป (อียู), สหรัฐ, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้จะไม่ใช่ทุกรายที่ถือว่า “เป็นอันตราย” และอยู่ในขอบเขตข้อตกลงของดับเบิลยูทีโอ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



