เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (13 เม.ย. 66) กำลังฝ่ายสืบสวน สน.สําราญราษฎร์ ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ทั้งคู่สัญชาติไลบีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 1144/2566 ลงวันที่ 12 เมษายน 2566 ข้อหา “…ร่วมกันลักทรัพย์ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป…” โดยจับกุมบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านอโศก-รัชดาฯ ถนนพระราม 9 แขวงและเขตดินแดง กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุระกิจระหว่างประเทศ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สําราญราษฎร์ ว่าถูกชายชาวต่างชาติ ผิวสี 2 คน ร่วมกันลักทรัพย์เงินสกุลต่างประเทศ 29,325 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 1 ล้านบาท โดยพฤติกรรมคนร้ายซึ่งได้รับการแนะนำจากเพื่อนนักธุรกิจชาวลาว ติดต่อว่าสามารถหาทองคำแท่งมาขายได้ในราคากิโลกรัมละ 2 ล้านบาท แต่จะแบ่งมาขายให้จำนวนหนี่งในราคา 1 ล้านบาท โดยขอให้แลกเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ก่อนมีการนัดพบกับที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก

เมื่อคนร้ายมาถึงได้โชว์เงินสกุลดอลลาร์จำนวนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการขายทองคำอีกส่วน จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นคนร้ายได้พาผู้เสียหายไปรับทองคำที่โรงกลึงแห่งหนึ่งย่านสําราญราษฎร์ ระหว่างทางคนร้ายได้ออกอุบายอ้างว่าป่วยกะทันหัน ไม่สามารถไปด้วยได้ แต่จะทิ้งทองคำที่จะขายไว้เป็นประกัน ผู้เสียหายได้หลงเชื่อใจและยอมให้คนร้ายทั้งคู่ลงรถไป และเมื่อถึงโรงกลึงและตรวจสอบทองคำกลับพบว่าเป็นเพียงทองเหลืองชุบทองเท่านั้น พอมาตรวจสอบเงินดอลลาร์ของตัวเองที่เตรียมได้กลับพบว่าถูกคนร้ายอาศัยจังหวะสับเอาเงินจริงไปแล้ว เมื่อกลับมาที่โรงแรมย่านรัชดาฯ ก็ไม่พบใครแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ทำการสืบสวนและลงพื้นที่ตรงจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ที่ผู้เสียหายไป รวมถึงเส้นทางคนร้ายหลบหนี จนสามารถยืนยันตัวตนรวมถึงที่พักของคนร้าย จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลแขวงดอนเมือง เข้าจับกุมตัวไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ อ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่มี ว่าสามารถเอาผิดคนร้ายทั้ง 2 คนได้ เบื้องต้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สําราญราษฎร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



