สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า นายหวง ซีเหลียน เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา กล่าวถึงข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม (อีดีซีเอ) ซึ่งฟิลิปปินส์กับสหรัฐลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2547 ว่ายิ่งระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ยิ่งชัดเจนมากขึ้น ว่ารัฐบาลวอชิงตันแสวงหาผลประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าว


นายหวงกล่าวต่อไปว่า สหรัฐพยายามเข้าถึงฐานทัพในฟิลิปปินส์ให้มากขึ้น เพื่อผลประโยชน์ทางภูมิศาสตร์การเมือง และการเดินหน้าต่อต้านจีน ด้วยการใช้เสถียรภาพของฟิลิปปินส์และทั้งภูมิภาคแห่งนี้ “เป็นเดิมพัน”


ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ฟิลิปปินส์ประกาศรายชื่อฐานทัพ 4 แห่ง ซึ่งให้สหรัฐเข้าถึงเพิ่มเติม ภายใต้กรอบความร่วมมืออีดีซีเอ ทำให้สหรัฐสามารถเข้าถึงฐานทัพของฟิลิปปินส์เป็นอย่างน้อย 9 แห่ง โดยฐานทัพที่สหรัฐได้รับสิทธิเพิ่มเติม ได้แก่ ฐานทัพ “คามิโล โอเซียส” ตั้งอยู่ที่เมืองซันตา อนา และสนามบิน “ไล-โล” ตั้งอยู่ในจังหวัดคากายัน ทางเหนือสุดของเกาะลูซอน ฐานทัพ “เมลชอร์ เดอลา ครูซ” ที่เมืองกามู ในจังหวัดอีซาเบลา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน และฐานทัพ “บาลาบัก” บนเกาะปาลาวัน อยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศ


อนึ่ง ฐานทัพส่วนใหญ่ที่สหรัฐได้รับอนุญาตเพิ่มเติม ตั้งอยู่ไม่ห่างจากไต้หวัน และอยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ หนึ่งในพื้นที่พิพาททางยุทธศาสตร์ของทะเลจีนใต้


ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กองทัพฟิลิปปินส์และกองทัพสหรัฐ เปิดฉากปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีในชื่อ “บาลิกาตัน” หรือ “เคียงบ่าเคียงไหล่” โดยการฝึกซ้อมจะใช้เวลานานประมาณ 3 สัปดาห์ โดยทั้งสองประเทศส่งทหารเข้าร่วมการฝึกซ้อมรวมกันประมาณ 17,000 นาย ถือเป็นการซ้อมรบบาลิกาตัน ซึ่งมีทหารเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การฝึกซ้อมครั้งแรก เมื่อปี 2534.

เครดิตภาพ : REUTERS