นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้แล้ว เชื่อมั่นว่า อาชญากรรมออนไลน์จะลดลง โดย พ.ร.ก. กำหนดให้ เจ้าของซิมม้า หรือผู้ขายซิมม้ามีความผิด โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และก็ขอให้ผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีซิมม้า รีบยกเลิก หรือรีบติดต่อผู้เอาซิมไปใช้ ให้ลงทะเบียนให้ถูกต้อง และอย่าให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ไม่ลงทะเบียนนำซิมไปใช้ เพราะอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.ก. ได้
ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดดีอีเอส กล่าวว่า ในการประชุม “การติดตามการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566” ได้เชิญผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม อาทิ True, DTAC, AWN และ NT รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงาน กสทช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หารือประเด็นสำคัญ ตาม พ.ร.ก. เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ปราบปราม หรือระงับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดยในกรณีมีเหตุอันพึงสงสัยว่า มีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำนั้น “มีหน้าที่” ส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามที่ร้องขอ และให้มีระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะเปิดเผยให้บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมิได้ (ตามมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 12 ใน พ.ร.ก.)
ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2562 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 กำหนดให้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องจัดการให้มีการลงทะเบียนผู้ใช้บริการ และพิสูจน์ยืนยันตัวตนให้ถูกต้อง ไม่ว่าบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล

ขณะที่ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า ได้เร่งจัดการบัญชีม้า ซิมม้าอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ ได้ระดมกำลัง เร่งปราบปราม ขบวนการขายบัญชีม้า ซิมม้า ต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ “ซิมม้า” (หรือหมายเลขหมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือ ที่ให้ผู้อื่นนำไปใช้กระทำความผิดทางเทคโนโลยี) โดยกรณีผู้ใดยินยอมให้ผู้อื่นใช้ หรือ ยืมหมายเลขหมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือ ที่ควรรู้ได้ว่าจะถูกนำไปใช้กระทำความผิดทางเทคโนโลยี โทษสูงสุด จำคุก 3 ปี ค่าปรับ 300,000 บาท และผู้ใดหากเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้ มีการซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ไม่สามารถระบุผู้ใช้บริการได้ โทษจำคุก 2-5 ปี ปรับ 200,000-500,000 บาท (ตามมาตรา 9 และมาตรา 11 ใน พ.ร.ก.)



