รัฐบาลญี่ปุ่นร้องขอให้โรงเรียนต่างๆ ในประเทศละเว้นการทำโทษนักเรียนหญิงที่มาถึงโรงเรียน เนื่องจากต้องไปให้ปากคำและแจ้งความที่สถานีตำรวจ หลังจากที่พวกเธอโดนพวกโรคจิตลวนลามบนรถโดยสารสาธารณะระหว่างเดินทางมาเรียนหนังสือหรือมาสอบ
คำขอนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘ต่อต้านการลวนลาม’ ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปที่การจัดการกลุ่มคนโรคจิตชอบลวนลามผู้หญิง โดยเฉพาะนักเรียนหญิง และเพื่อป้องกันนักเรียนหญิงที่ต้องโดยสารรถไฟในกรุงโตเกียวระหว่างฤดูกาลสอบเข้าสถานศึกษาต่างๆ ทั้งในระดับโรงเรียนและระดับมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน ชาวเน็ตญี่ปุ่นพากันตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยประจำปีซึ่งกินเวลา 2 วันนั้น เป็นช่วง “โอกาสทอง” ของนักลวนลามบนรถโดยสาร เหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงนั้น มีแนวโน้มที่จะไม่แจ้งความ เพราะกลัวจะไปไม่ทันสอบ
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า คำร้องของรัฐบาลได้ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการการศึกษาแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว และโรงเรียนต่างๆ จะเริ่มประกาศใช้เงื่อนไขใหม่ภายในเดือนนี้
รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของญี่ปุ่นอธิบายว่า นักเรียนจำนวนมากเป็นกังวลเรื่องประวัติการเรียน พวกเธอไม่กล้าไปแจ้งความที่ตนเองโดนลวนลามบนรถโดยสารสาธารณะ เพราะกลัวจะโดนทางโรงเรียนทำโทษที่มาเข้าเรียนสาย
นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษายังเสนอให้ทางโรงเรียนจัดการเรียนชดเชยให้นักเรียนเหล่านี้ตามความจำเป็น เพื่อให้พวกเธอสามารถเรียนทันเพื่อนๆ
มีคดีตัวอย่างคือกรณีของ ‘มาซามิ’ นักศึกษาสาววัย 18 ปี ซึ่งเคยโดนลวนลามบนรถโดยสารในกรุงโตเกียวเมื่อปีที่แล้ว เธอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เธอกลับไปบ้านหลังจากแจ้งความที่สถานีตำรวจและตัดสินใจหยุดเรียนในวันนั้น
แม้ว่าเธอจะพยายามชี้แจงเหตุผลต่อคุณครูของเธอในวันต่อมา ทางโรงเรียนก็ยังคงลงบันทึกว่าเธอขาดเรียนโดยไม่แจ้งล่วงหน้าในบันทึกประจำตัวของเธอ ทำให้ มาซามิ รู้สึกว่าเป็นการลงโทษที่ไม่ยุติธรรมและไม่มีเหตุผล เพราะไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนที่อยากโดนลวนลาม
การลวนลานบุคคลอื่นบนรถโดยสารสาธารณะของญี่ปุ่นถือว่าเป็นอาชญากรรม ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดคือการจำคุก 6 เดือน หรือปรับเงินสูงสุดที่ 500,000 เยน (ประมาณ 127,330 บาท)
แหล่งข่าว : nextshark.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



