สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า กระทรวงกิจการเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี ยุติการดำเนินงานของเตาปฏิกรณ์ “อิซาร์ ซไว” “เอ็มสลันด์” และ “เนกคาร์เวสต์ไฮม์ ซไว” ซึ่งถือเป็นโรงไฟ้ฟาพลังงานนิวเคลียร์ที่ยังเหลืออยู่ 3 แห่งสุดท้ายของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ต่อเนื่องยาวนาน 6 ทศวรรษ และเพื่อมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ภายในปี 2578


ทั้งนี้ เตาปฏิกรณ์แห่งแรกของเยอรมนี คือ “คาร์ล” เปิดใช้งานเมื่อปี 2504 หลังจากนั้น การใช้พลังงานนิวเคลียร์ในเยอรมนีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในยุคทศวรรษที่ 1990 เยอรมนีมีเตาปฏิกรณ์รวมทั่วประเทศอย่างน้อย 17 แห่ง


จนกระทั่งเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์กับโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะของญี่ปุ่น เมื่อเดือน มี.ค. 2554 หลายฝ่ายในเยอรมนีเริ่มมีแนวคิดเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน เดิมที เยอรมนีมีแผนยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว แต่มีอันต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ในยูเครน


อนึ่ง ข้อมูลจากกระทรวงกิจการเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนีระบุด้วยว่า เตาปฏิกรณ์ทั้งสามแห่งมีสัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันประมาณ 5% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ส่วนสัดส่วนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของเยอรมนีอยู่ที่ 6% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่การใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 44%.

เครดิตภาพ : REUTERS