เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่เวทีปราศรัยพรรคเพื่อไทยเขต 4 ตลาดนัดน้ำพอง ถนนมิตรภาพ ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายพงศกร อรรณนพพร, นายอดิศร เพียงเกษ, นายสุรชัย เบ้าจรรยา และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ นำคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย ร่วมเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย นางมุกดา พงษ์สมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคเพื่อไทย ท่ามกลางการต้อนรับของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในหลายจังหวัดภาคอีสาน และประชาชนชาวขอนแก่น ที่มาร่วมให้การต้อนรับและรับฟังการปราศรัยกว่า 3,000 คน

โดยชาว อ.น้ำพอง ได้มอบข้าวเหนียว แจ่วบอง หมูทอด เนื้อแดดเดียว ถั่วฝักยาว รวมทั้งกล้วยน้ำว้า ให้กับนายเศรษฐาและคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยทุกคน เพื่อให้การต้อนรับและนำกลับไปรับประทานเป็นมื้อกลางวัน เนื่องจากคณะฯ ต้องเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย

นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคเพื่อไทยประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างชัดเจน เพราะยาบ้าวันนนี้ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาเม็ดละ 20 บาท 8 ปีที่ผ่านมา บางคนไม่เห็นทำอะไรในเรื่องนี้ให้ชัดเจน ดังนั้น จึงเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเข้ามาสะสาง แก้ไข ให้หมดไปและบังคับใช้กฎหมายเรื่องยึดทรัพย์ให้เข้มข้นมากขึ้น อีกทั้งจากการลงพื้นที่ภาคอีสานในช่วงที่ผ่านมาเราต้อวเร่งกระตุ้นด้านเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการลดทันทีค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซหุงต้ม รวมทั้งปัจจัยด้านการผลิตภาคการเกษตรต่างๆ รวมทั้งการเร่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนทุกคน ซึ่งหากได้เป็นรัฐบาล และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ปีต่อจากนี้รายได้ของทุกคนจะโตขึ้น 3 เท่าตัว

“วันนี้มาขอคะแนน มาอ้อนคนขอนแก่นให้สร้างประวัติศาสตร์กลับมาอีกครั้งด้วยการเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคทั้งจังหวัดเพื่อประกาศให้โลกได้รู้ว่าคนขอนแก่นเลือกเพื่อไทยในใจคนเดียว และหากเป็นนายกรัฐมนตรีขอ เวลา 6 เดือนจะกลับมาขอบคุณคนขอนแก่นถึงบ้าน มาดูสีหน้าและใบหน้าที่ยิ้มแย้มจากทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยทำได้จริง โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 10,000 บาทที่ทุกคนจะได้รับ”

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เคยติดป้ายและประกาศว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็น 420 บาทต่อวัน แต่ก็ทำกันไม่ได้ แล้วก็ว่ามาว่ามายุ่ง กับนโยบายเงินดิจิทัล ที่พรรคประกาศมอบให้คนละ 10,000 บาท เพื่อให้ใช้เป็นเงินใช้จ่ายแบบดิจิทัลตามรูปแบบและนโยบายที่พรรคเพื่อไทยกำหนด

“ทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศออกมา เราพูดเอง ทำเอง รับผิดชอบเองและทำได้ ประยุทธ์อย่ามาตู่ เพราะทุกอย่างเราทำได้จริง และที่สำคัญอย่าไปเชื่อว่าใครนะว่าอย่างไรเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่ขอจับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร อย่างแน่นอน โดยทั้ง 2 ลุงจะได้แค่เบี้ยคนสูงอายุและเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ในฐานะที่เป็นคนไทยเท่านั้น”

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ในปี 2562 ขอนแก่นพลาดไป 2 เขต ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอคนขอนแก่นเลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัดทั้ง 11 เขต 11 คน ดังนั้น อย่าไปเชื่อว่าใครเป็นพรรคพี่พรรคน้องหรือคำอ้างต่างๆ ขอให้คนขอนแก่นเลือกเพื่อไทยในใจคนเดียวเท่านั้น