สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ที่ยืดเยื้อตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคนนั้น


การเรียกร้องหยุดยิงครั้งล่าสุด ซึ่งนานาประเทศร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ “ตามความคาดหมาย” เนื่องจากกองทัพซูดานและอาร์เอสเอฟ ยังคงสู้รบกันอย่างดุเดือด ส่งผลกระทบต่อการอพยประชาชน ทั้งที่เป็นชาวซูดาน และความพยายามของหลายประเทศในการอพยพพลเมืองของตัวเองด้วย

ประชาชนพยายามหาทางอพยพออกจากกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน ท่ามกลางการสู้รบระหว่างทหารสองฝ่าย


ทั้งนี้ กองทัพซูดานของ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศ นับตั้งแต่ผ่านพ้นการรัฐประหาร เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ยกระดับการโจมตีกรุงคาร์ทูมและพื้นที่รอบนอกอย่างหนัก เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงกำลังพลและเสบียงของอาร์เอสเอฟ ซึ่งถนัดเคลื่อนที่เร็วภาคพื้นดิน


อนึ่ง ชนวนเหตุของการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟ ซึ่งเคยร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 เกิดขึ้นจากการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ ที่นานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การที่อาร์เอสเอฟต้องผนวกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES