สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า นายฟาดิลเลาะห์ ยูโซฟ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรมมาเลเซีย กล่าวถึงการที่สภายุโรปมีมติเห็นชอบ กฎหมายใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสหภาพยุโรป (อียู) ที่ห้ามการนำเข้าสินค้าทุกประเภท ซึ่งขั้นตอนการผลิตมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดไม้ทำลายป่า ที่เกิดขึ้นหลังปี 2563 “คือความพยายามตั้งกำแพงการค้า และกีดกันอุตสาหกรรมปาล์ม”
Malaysia on Thursday said it was disappointed over a European Union law banning imports of commodities linked to deforestation, fearing a hit to its exports of palm oil to the bloc. https://t.co/Khow3JO6Yh
— Reuters Science News (@ReutersScience) April 20, 2023
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายอย่าง รวมถึง ถั่วเหลือง เนื้อ ช็อกโกแลต น้ำมันปาล์ม ยาง และเฟอร์นิเจอร์ อนึ่ง มาเลเซียเคยกล่าวเมื่อต้นปีนี้ด้วยว่า อาจพิจารณาระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มให้แก่อียู เพื่อตอบโต้กฎหมายดังกล่าวด้วย
???????? EU consumption represents around 10% of global deforestation. That needs to end.
— European Parliament in ASEAN (@EPinASEAN) December 22, 2022
To fight biodiversity loss, a new EU law — provisionally agreed this month — will ensure products causing deforestation are not sold in the EU.
More info ???? https://t.co/mpkDOEWtVt pic.twitter.com/EGCeIc5lwo
ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากอินโดนีเซีย ครองสัดส่วนในตลาดโลกร่วมกันมากถึง 85% ขณะที่ อียูเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสามของโลก โดย 9.4% เป็นการสั่งซื้อจากมาเลเซีย ซึ่งส่งออกไป 1.47 ล้านตัน เมื่อปีที่แล้ว ลดลง 10.5% จากสถิติของปี 2564.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



