สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า นายฟาดิลเลาะห์ ยูโซฟ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรมมาเลเซีย กล่าวถึงการที่สภายุโรปมีมติเห็นชอบ กฎหมายใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสหภาพยุโรป (อียู) ที่ห้ามการนำเข้าสินค้าทุกประเภท ซึ่งขั้นตอนการผลิตมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดไม้ทำลายป่า ที่เกิดขึ้นหลังปี 2563 “คือความพยายามตั้งกำแพงการค้า และกีดกันอุตสาหกรรมปาล์ม”


ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายอย่าง รวมถึง ถั่วเหลือง เนื้อ ช็อกโกแลต น้ำมันปาล์ม ยาง และเฟอร์นิเจอร์ อนึ่ง มาเลเซียเคยกล่าวเมื่อต้นปีนี้ด้วยว่า อาจพิจารณาระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มให้แก่อียู เพื่อตอบโต้กฎหมายดังกล่าวด้วย


ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากอินโดนีเซีย ครองสัดส่วนในตลาดโลกร่วมกันมากถึง 85% ขณะที่ อียูเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสามของโลก โดย 9.4% เป็นการสั่งซื้อจากมาเลเซีย ซึ่งส่งออกไป 1.47 ล้านตัน เมื่อปีที่แล้ว ลดลง 10.5% จากสถิติของปี 2564.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES