กอดคอกันแจ้งเกิด สำหรับสองหนุ่มหล่อ  บูม – รวีวิชญ์ จิระพงษ์กานนท์  และ  ไฮด์ – ศรุญสธร ธนวัชณวัฒน์ จากซีรี่ส์วายแนวแอคชั่นสืบสวน “ตรวนธรณี (Chains of heart)” ที่กำลังโกยหัวใจแฟน ๆ ไม่หยุด ยิ่งถึงโค้งสุดท้ายของซีรี่ส์ ที่ชวนแฟน ๆ คลี่คลายปมปริศนาต่าง ๆ ก็ยิ่งเข้มข้น เช่นเดียวกับฝีมือการแสดงของ บูม และ ไฮด์ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน งานนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” จึงชวนสองหนุ่มมาพูดคุยกับถึงกรแสตอบรับที่ดี พร้อมเล่าที่มากว่าจะเป็นซีรี่ส์เรื่องนี้ และความประทับใจที่มีต่อกัน นอกจากนี้ยังเผยถึงมุมมองของทั้งคู่ที่มีต่อซีรี่ส์วายและการเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มคน LGBTQ+ และการเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ รวทั้งไม่พลาดเปิดอกกันถึงมุมมองความรักและคนที่จะเอาชนะใจทั้งคู่อีกด้วย

Q : ฟีดแบ็ก “ตรวนธรณี” ดีมาก ๆ รู้สึกยังไงบ้าง กับผลงานครั้งนี้?

ไฮด์ : ดีใจครับ เหมือนเรตติ้งได้อันดับ 1 ของประเทศ 2 ครั้งในช่วงแรก ๆ และมียอดต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ มีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้นด้วยครับ

บูม : ดีใจและภูมิใจมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คต์นี้ครับ

Q : เรียกว่าเกินความคาดหวังมั้ย ตอนแรกมีภาพในหัวว่าแฟนคลับจะให้การตอบรับยังไง?

ไฮด์ :  ก็มีคิดไว้บ้างว่าคนดู ดูแล้วจะรู้สึกยังไงกับการถ่ายทอด จากนิยายมาเป็นซีรี่ส์ เพราะตัวนิยายมีฐานแฟนคลับเยอะมาก ๆ อยู่แล้วก็กังวลนิดนึงว่าจะทำออกมาได้ดีอย่างที่เขาคาดหวังมั้ยไว้มากกว่า แต่ผลลัพธ์ ก็เป็นสิ่งที่เราดีใจที่มีคนชอบครับ

Q : ขอถามย้อนนิดนึง  ทั้งคู่มาร่วมโปรเจ็คต์นี้ได้ยังไง?

ไฮด์ : เริ่มจากการแคสติ้ง เห็นคาแรกเตอร์คล้ายเรา ก็อยากให้เราลองดู และได้โอกาสครั้งแรกในชีวิตด้วยครับที่มารับบทนำ

บูม : ด้วยความที่เป็นนิยายดัง คนอ่านเยอะ ก็รู้สึกว่าเป็นซีรี่ส์ที่ท้าทาย เพราะเป็นแอคชั่นดราม่า เราเลยรู้สึกว่าอยากมีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์นี้ และผู้กำกับก็ติดต่อมา ให้ลองมาแคสต์ มาเวิร์คช็อปดู เลยได้มีส่วนร่วมโปรเจ็คต์นี้ครับ

Q : ทั้งคู่ทำการบ้านกับบทของตัวเองยังไง?

บูม : อ่านบทกันหลายรอบเลยครับ เราอ่านตัวละครและเอาจากนิยายมาตีความ วางคาแรกเตอร์อีกทีว่า คน ๆ นี้จะเป็นคนแบบไหน รู้สึกยังไงบ้าง ปูแบ๊กกราวด์ตัวละครย้อนหลังอีกครับ เหมือนเอาตัวละครในนิยายมาเบลนด์ให้ดูมีชีวิตจริงครับ

 ไฮด์ : จริง ๆ ในนิยายก็มีบอกคาแรกเตอร์คร่าว ๆ อยู่แล้ว แต่พอมาเป็นซีรี่ส์เราต้องสื่อสารกับคนดู ทำออกมาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราต้องทำการบ้านเยอะ รีเสิร์ชตัวละคร และเวิร์คช็อปทั้งบูมและผมครับ ก็ทำการบ้านกันหนักเหมือนกัน เพราะเวิร์คช็อปของเรา 2-3 เดือน ก่อนเริ่มถ่ายไพลอต หลังจากนั้นก็มาแกะแต่ละซีนที่เรารู้สึกยาก ๆ หรือเป็นซีนแรก ๆ ที่เราต้องเริ่มถ่ายทำ เพราะว่าอยากทำงานในมันโฟลว์ด้วย

Q : อย่างตอนเวิร์คช็อป ต้องละลายพฤติกรรมกันยังไงบ้าง และต้องโฟกัสตรงไหนเป็นพิเศษมั้ย?

บูม : เยอะเลยครับ เพราะซีรี่ส์เราเป็นแอคชั่นดราม่า อย่างแรกเลย เราเวิร์คช็อป ละลายพฤติกรรมต่อกัน มีทั้งเวิร์คช็อปในพาร์ทของแอคชั่นด้วย ส่วนเลิฟซีนเราก็ต้องละลายพฤติกรรมค่อนข้างเยอะครับ

ไฮด์ : ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายลองเทค ทั้งแอคชั่น ดราม่า ต้องทำการบ้านหนักมาก ๆ อย่างคาแรกเตอร์ตัวละคร มันก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ยากอยู่แล้ว ทั้ง ‘เฉิงต้าลู่ ’ และ ‘เคน ’ การจะเข้าถึงซีนดราม่าหนัก ๆ ก็ต้องเวิร์คช็อปกันแบบเข้มข้น เพราะเครียดกันหมด เวิร์คช็อปช่วงแรก อย่างผมที่แสดงเป็น ‘เคน’ ก็หาคาแรกเตอร์ตัวเองไม่ได้เลย ทำยังไงก็ยังไม่ถึง เล่นน้อยไป เล่นมากไป อย่างบูมที่เป็น  ‘เฉิงต้าลู่ ’ ก็จะนิ่งยังไง ให้รู้สึกครับ 

บูม : ด้วยความที่ ‘เฉิงต้าลู่ ’ มีแบ็กกราวด์ที่เป็นตัวละครของ ‘ดิน’ ด้วย เราก็เลยเหมือนต้องทำการบ้านตรงพวกความสัมพันธ์ของตรงนั้น  เราต้องเล่นหลอกเขาด้วยครับ

ไฮด์ : บูมเก่งตรงที่การเล่นซีรี่ส์แฝด คือเราต้องเล่นเป็นตัวเราอีกคนนึง แต่อันนี้เล่นเป็นคนเดียวกัน แต่ว่าเป็นอีกร่างนึง โดยที่เราต้องจำคาแรกเตอร์หลายอย่างจากเขามา

Q : อย่างที่บอกว่า “บูม” ต้องเล่น เป็น “ดิน” ที่รับบโดย “คัท ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู” ด้วย ตรงนี้มีปรึกษา หรือต้องโฟกัสอะไรเป็นพิเศษมั้ย?

บูม :  เหมือนเราต้องศึกษาทางคัทว่าจริง ๆ แล้ว พื้นฐานเขาเป็นยังไง เป็นคนแบบไหน วิธีการแสดงออก เช่น เขินยังไง เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นลง เหมือนเราต้องศึกษาคนนึง เพื่อที่จะรู้ว่า ถ้าสมมุติว่าวันที่เราเป็นเขา แล้วเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาจะรู้สึกยังไง ต้องพยายามคุยกับขาเยอะ ๆ และถามความคิดเขา และเราอาจต้องปรึกษากันนิดหน่อย ต้องดูคาแรกเตอร์ของเขา ให้เป็นเรา และถ่ายทอดให้มันสมูธที่สุดครับ

Q : ด้าน Physical ล่ะ ต้องก็อปปี้ “คัท” มาเลยมั้ย เช่น ท่าทางการเดิน?

บูม : จริง ๆ ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ด้วยความที่ซีรี่ส์ เราแปลงโฉมมา ผู้กำกับก็รีเควสว่าเราไม่อยากเหมือนเขาขนาดนั้น ถ้าเหมือนขนาดนั้น ก็เหมือนแทบจะเฉลยไปเลย มัน Hint ไว้นิดนึง มีฟีลแบบใช่มั้ย

Q : ตัว “ไฮด์” ทำการบ้านตรงไหนเป็นพิเศษ เพื่อให้คนเชื่อว่าเราเป็น “เคน” จริง ๆ?

ไฮด์ : คนที่อ่านนิยายอยู่แล้ว ก็จะรู้ว่าตัว  ‘เคน’ และ ‘ดิน’ รู้จักกันได้ยังไง เคนไม่รู้สึกทัชกับใคร แต่พอไปเจอดิน เหตุการณ์บางอย่างทำให้เรารู้สึกว่าทำไมเด็กคนนี้เข้าใจเรา มีบางอย่างคล้าย ๆ เรา ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ทั้งนิยายหนุ่มเลี้ยงวัว กับสาวทอผ้า เลยทำให้สปาร์คกัน ณ ตอนั้นเหมือนเขาดูแลเราได้ มันรู้สึกอบอุ่น เลยทำให้เคนรู้สึกนี่แหละเป็นความสัมพันธ์แบบ LGBTQ + ซึ่งสำหรับตัวผมที่ต้องเล่นเคน ถามว่ายากมั้ย ผมว่าเราเป็นนักแสดง ก็เป็นอาชีพที่ถ่ายทอดความรู้สึกอยู่แล้ว มันก็มีมุมที่ยากและมุมที่ต้องทำความเข้าใจครับ ซึ่งผมทำเต็มทีที่สุดแล้ว และไม่ผิดหวังที่ถ่ายทอดออกมา

Q : เรื่องเลิฟซีน ตอนเล่นเขินมั้ย  เตรียมตัวฉากนี้กันยังไง เพื่อถ่ายทอดความเป็นตัวละครออกมาได้ดีที่สุด?

บูม : โห! เขินมาเลยครับ (ยิ้ม) ด้วยความที่เรา…. ด้วยความที่ผมกับไฮด์ไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน และไม่รู้จักกันมาก่อนเลย แต่ได้มาเจอกันในโปรเจ็คต์นี้เป็นครั้งแรก เราก็ไม่รู้ว่าต้องเข้าไปใกล้ ๆ  (ยิ้ม) เขินมากครับและแรก ๆ ก็ทำตัวไม่ถูกเลยครับ

ไฮด์ : ช่วงแรกที่เวิร์คช็อป แค่จ้องตาก็เขินแล้ว แต่เราก็ได้เวิร์คช็อปกับเลิฟซีนกับบูมมาบ้างอยู่แล้ว ช่วงแรกก็เขินมาก ๆ  แต่เดี๋ยวนี้เริ่มชินแล้ว (หัวเราะ) (บูม รีบบอกว่า แต่ผมเขินนะ)  ไฮด์ เล่าต่อว่า : เวลาที่เราจะเข้ากับเขา เราเริ่มมีสมาธิมากขึ้น ไม่หลุดโฟกัส สามารถเข้าซีนได้เลย แต่ก็มีมู้ดที่ยังเขินกันอยู่ ต้องจูบอะไรแบบนี้

บูม : แค่เราเข้าใกล้เขา บางทีมันก็จะมีพลังงานบางอย่างที่เรารู้สึกได้ แล้วพอมันรู้สึกมันเป็นความรู้สึกที่ออกมาเอง

ไฮด์ : ด้วยสายตาบูม เป็นสายตาที่เย้ายวน อันนี้ผมไม่ได้พูดเองคนเดียว ในคอมเมนต์ต่าง ๆ เขาจะชมว่าสายตาดีมาก เย้ายวน (บูม ถามพร้อมกับยิ้มว่า อันนี้ ชมใช่มั้ย) ไฮด์ บอกต่อว่า :  ชม ๆ ๆ ถ้าสายตามันสื่อไม่ดี คนก็ไม่เชื่อ

Q : ในการถ่ายถอดความ LGBTQ+ ทั้งคู่โฟกัสตรงไหน เป็นพิเศษ ในการหยิบเรื่องราวหรืออัตลักษณ์กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ  มาเล่าในซีรี่ส์บู๊แบบนี้?

บูม : สำหรับผมไม่มีเลยครับ มีแค่เรื่องความรู้สึกอย่างเดียวที่ต้องมาถ่ายทอด เราก็แค่รู้สึกว่าความรู้สึกที่เราต้องถ่ายทอด เราถ่ายทอดถูกมั้ยมากกว่า เช่น ความรู้สึกรัก รู้สึกชอบหรือไม่ชอบ บูมรู้สึกว่ามันไม่ขึ้นอยู่กับสถานะ ถ้าเราชอบ ก็คือชอบสิ่งนี้โดยที่ไม่มีเหตุผล สิ่งหนึ่งเรารู้สึกว่าพอเราได้รับบทถ่ายทอดตรงนี้เราก็กดดันตัวเองว่าเราจะทำได้ดีมั้ย เขาจะเชื่อมั้ย

ไฮด์ : ตอนนี้มันโอเพ่นครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอายุ เรื่องเพศสภาพ หรือแม้กระทั่งวัยวุฒิ ความรักมันเป็นความสวยงามครับ

Q : พอได้มาแสดงเรื่องนี้ ทำให้เข้าใจความรักของกลุ่มคน  LGBTQ+    หรือเปิดมุมมองในมิติไหนมากขึ้นมั้ย?

ไฮด์ : ต่อให้ยังไม่ได้เล่น เพื่อนของผมที่เป็น LGBTQ +  ก็มีอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ผมเลยเข้าใจอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนยังไง และผมเป็นคนชอบสังเกตคนอยู่แล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง ชาย หรือ LGBTQ + ครับ

บูม : ของผมตอนแรก ผมเคยไม่เข้าใจ แต่พอเวลาเราทำการบ้านหรือเวิร์คช็อป หรือหลาย ๆ สิ่ง เราชาเล้นจ์ตัวเอง และพยายามก้าวผ่านไปให้ได้ พอเราไม่ได้โฟกัส ลืมทุกอย่างไป และมองที่ความรู้สึกอย่างเดียว เป็นความรู้สึกล้วน ๆ ไม่เอาอย่างอื่นมาเกี่ยวเลย เรารู้สึกว่าเข้าใจเขานะ เราสัมผัสได้ และรู้สึกว่ามันโอเคเลยครับ

Q : ทั้งคู่มีอะไรที่ประทับใจกันและกัน เล่าให้ฟังบ้างมั้ย?

บูม : ผมบอกเลยไฮด์เป็นคนที่เก่งมากครับ ใครที่ทำงานด้วย คือทำงานง่าย เขาจะซัพพอร์ทในหลายเรื่อง เราเหมือนเสิร์ฟกัน คือเขาก็ซัพพอร์ทผม ผมก็ซัพพอร์ทเขาได้ในบางเรื่อง เราอยากที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด เลยคุยกันให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรที่เราช่วยกันได้ ก็เหมือนแชร์เข้าหากันได้เร็ว และไม่ว่าจะเป็นไดเร็กเตอร์ คนเขียนบท เขาก็ช่วยเราครับ

ไฮด์ : ผมไม่ได้เก่งคนเดียวนะ บูมก็เก่ง (ยิ้ม) ทีมงานก็เก่ง ไม่ใช่ผมเก่งคนเดียวแล้วทำให้ผลงานนี้ออกมาดี ทุกคนเก่งหมดครับ ซึ่งความประทับใจในตัวบูมมีเยอะครับ พูดวันนี้ก็ไม่หมด (หัวเราะ) หยอก ๆ คือเราสองคนคุยกัน ซัพพอร์ทกัน การที่บูมบอกว่าผมเก่ง ผมก็ต้องบอกว่าเขาเก่ง เพราะเขาก็มีความรับผิดชอบที่สูงมากในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงคาแรกเตอร์ บท ‘เฉิงต้าลู่ ’ มันเล่นยากนะครับ แต่เขาถ่ายทอดออกมาให้ผมรู้สึกได้ มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่า โห! ไม่ธรรมดาคนนี้ ก็ต้องขอบคุณเขาเหมือนกัน

Q : อยากให้คนที่ดูเรื่องนี้ ได้ข้อคิด หรือ Message อะไร

บูม : มีเยอะมากเลยครับ ซีรี่ส์เรื่องนี้ เราไม่ได้พรีเซ้นต์แค่ในเรื่องของความรักของคู่ ๆ เดียว มันมีทั้งความรักของเพื่อน พ่อแม่ แม้แต่ในด้านของพี่น้อง ศัตรู มันมีทุกมุมเลย และมันมีข้อคิดแทรกอยู่ทุกอันเลยครับ

ไฮด์ : เพราะว่าเรื่องนี้ แต่ละอีพีชวนให้คนดูได้คิดตลอดอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนที่ชอบคิด ชอบสังเกต หรือตัวละครแต่ละตัว สิ่งที่เขาทำ ทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน ทำไมเขาเป็นคนแบบนี้ เพราะเขามีคอนฟลิคต์ในอดีต สิ่งที่เขาเป็นแบบนี้ได้ เขาเจออะไรมา ถ้าคนศึกษา หรือรู้ภูมิหลังของเขาครับ           

Q : อยากให้ซีรี่ส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ หรือถูกจดจำยังไง

บูม : จริง ๆ เราอยากให้มองว่ามันเป็นซีรี่ส์เรื่องนึงครับที่ถ่ายทอดในเรื่องของความรู้สึก ไม่ใช่แค่สองคนที่รักกัน แต่มันรวมไปถึงสังคม ครอบครัว  และมีแนวทางในการนำเสนอที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร อย่างน้อยคือดูแล้วสนุกด้วยครับ

ไฮด์ : จริง ๆ แล้วทุกคนตอนนี้จดจำอยู่ว่า ‘ตรวนธรณี’ เป็นซีรี่ส์วายที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้ว มันมีความยูนีคในตัว อย่างที่บูมเคยบอกว่าบางทีอาจไม่ใช่ซีรี่ส์ที่แมสขนาดนั้น แต่ว่าเป็นซีรี่ส์ที่น่าสนใจมาก ๆ ผมบอกเลยว่าไม่มีซีรี่ส์วายแบบไหนที่ทำแบบนี้ ผมหว่าหลายคนเริ่มรู้แล้วว่าซีรี่ส์วายมันควรที่จะซีรี่ส์แบบนี้แหละ อย่าง ‘ตรวนธรณี’ เพราะว่าเป็นซีรี่ส์วายที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ หลายคนบอกว่าควรเริ่มมาทำซีรี่ส์วายแนวนี้บ้าง ผมว่าสิ่งนี้แหละที่ทำให้คนจดจำซีรี่ส์‘ตรวนธรณี’ เป็นแบบนี้ เริ่มกล้าลุกขึ้นมาทำซีรี่ส์วายที่แปลกใหม่มากขึ้น อยากลองฝากให้ลองเปิดใจดูกับซีรี่ส์เรื่องนี้ ต่อให้เราออนแอร์ไปแล้ว จบไปแล้ว ก็ยังดูย้อนหลังได้

Q : แปลว่าเป็นซีรี่ส์ที่เนื่อเรื่องไม่ตกยุคสมัย ดูได้ตลอด?

บูม : ใช่ครับ และผมรู้สึกว่า ด้วยความที่ซีรี่ส์มีความรีเลทกับครอบครัวด้วย บางทีมันจะมีข้อคิดแทรกอยู่ในนั้น ก็น่าสนใจครับ

Q : ในฐานะนักแสดงซีรี่ส์วาย มีมุมมองยังไงกับซีรี่ส์วายนี้ จากที่เมื่อก่อนเป็นตลาดกลุ่มเล็ก ๆ มา ณ วันนี้มีแฟนต่างชาติมาดูซีรี่ส์วายไทยเยอะแยะ  แล้วทั้งคู่คิดว่าซีรี่ส์วานมันเติบโตยังไงในมุมมองของเรา?

ไฮด์ : ผมมองว่ามันเป็นมุมใหม่ครับ ที่เปิดโอกาสให้หลาย ๆ คนได้ลองเข้ามาดูหรือศึกษา ซึ่งไม่แปลกเลยที่กลุ่มซีรี่ส์วายเริ่มที่จะเป็นเวิลด์ไวด์มากขึ้น  ไม่แปลกใจ และเรื่องตัวโปรดักชั่นเอง ซีรี่ส์วายพัฒนาอยู่ตลอดเวลาครับ แม้กระทั่ง โปรดักชั่น แสงสีเสียง ทุกอย่างยกกระดับ เรียกได้ว่าตอนนี้ชนกับภาพยนตร์ได้เลยครับ

บูม : เพราะอย่างที่ผมบอกครับ เราไม่อยากจำกัดคำว่า ‘ซีรี่ส์วาย’ แต่คือเรารู้สึกว่ามันเป็นการถ่ายในเรื่องด้านความรู้สึก อย่างเราดูซีรีส์เกาหลี เราจะไม่แยกเลยว่าซีรี่ส์นี้จะเป็นประเภทไหน อย่างของเรา ก็อยากนำเสนอว่าประเทศไทยเราสามารถทำซีรี่ส์แบบนี้ได้นะ และเป็นซีรี่ส์ที่มีคุณภาพ และทำได้ดี ซึ่งบูมรู้สึกว่าบูมอยากถ่ายทอดในเรื่องของความรู้สึกแบบนั้นมากกว่า

Q : เหมือนไม่อยากให้มองแค่ว่าซีรี่ส์วายเป็นซีรี่ส์ชายรักชาย แต่เป็นซีรี่ส์บู๊เรื่องนึง ที่มีนักแสดงนำเป็นผู้ชาย โดยไม่ให้มีกำแพงกั้นเรื่องตรงนี้แล้ว?

บูม : ใช่ครับ อยากให้เรามองดูแบบไม่ได้คิดอะไร ลองดูว่าซีรี่ส์มันเป็นยังไง ในเรื่องความรู้สึก ดูแล้วเราได้อะไรจากมัน ดูแล้วได้ข้อคิดอะไรจากมันบ้าง ทำไมเขาถึงแสดงแบบนี้ แล้วเราข้อคิดกับมัน แล้วเอาไปพัฒนาชีวิตัวเองได้

Q : คิดว่าซีรี่ส์วาย สามารถขับเคลื่อนการเรียกร้อง สมรสเท่าเทียมได้ในมิติไหน หรือเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อน ๆ LGBTQ +  ได้ยังไงบ้าง?

 ไฮด์ : ผมว่าก็เป็นกระบอกเสียงครับ เพราะซีรี่ส์วายเมื่อก่อนหลาย ๆ ที่อาจไม่ยอมรับ แต่ว่าสมัยนี้ผมว่าเหมือนโลกเริ่มเปิดยอมรับมากขึ้น ซีรี่ส์วายก็ถือเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ทำให้โลกของเรามีไม่มีกำแพงเรื่องความรักครับ

บูม : บูมมองว่าความรัก กับความอิสระมันมาด้วยกันครับ เวลาเรามีอิสระ เราจะมีความรักที่สวยงามครับ บูมไม่อยากให้คนรู้สึกมาตีกรอบ หรือเราจะแบ่งอะไรกันแบบนี้ เราแค่ไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือเป็นปัญหาของสังคม บูมมองว่าความรักเป็นสิ่งที่ดีครับ และเราอยากถ่ายทอดถอดสิ่งที่มันดีและเป็นโพสสิทีฟครับ

Q : อย่างน้อยเป็นมุมเล็ก ๆ เพื่อจุดประกาย?

บูม : ใช่ครับ คือมันเหมือนเราแค่รู้สึกว่า สิ่งที่มันสวยงาม มันสวยงามเสมอครับ เราไม่จำเป็นต้องพยายามไปแต่งเติม ให้มันเปื้อนเขา

Q : แล้วทั้งคู่มีมุมมองต่อสมรสเท่าเทียมยังไง?

บูม : ผมว่าถ้ามันเกิดขึ้นได้จริง ก็ดีมากเลยนะครับ เพราะความรักเป็นสิ่งสวยงาม  และเราไม่จำเป็นต้องไปแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน เราแค่รู้สึกว่าให้อิสระกับเขา มันเหมือนการทำให้โลกนี้สวยงามมากขึ้นครับ

ไฮด์ : มันเป็นจุดเล็ก ๆ ครับ ในความรัก ผมว่าหลายที่ถ้าปลดตรงนี้ไปได้ ทุกอย่างก็อาจโอพ่นมากขึ้น คำว่ารู้อย่างนี้ ทำไปตั้งนานแล้วครับ

Q : คิดว่าซีร์วาย สามารถผลักดันเป็นซอฟท์ พาวเวอร์ ได้หรือไม่?

ไฮด์ : จริง ๆ ผมว่า ‘ตรวนธรณี’ ก็เป็นซอฟท์พาวเวอร์เล็ก ๆ แล้วนะ

บูม : ผมอยากบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้  โลเคชั่นที่ถ่ายสวยมากทุกโลเคชั่นเลย แล้วส่วนใหญ่อยู่ในเมืองไทย บางคนเห็นอาจบอกว่าซีจีรึเปล่า แต่ผมอยากบอกว่าของจริงหมดเลยนะครับ มาเที่ยวได้ อยากบอกว่ามีฉากนึงที่เป็นสะพาน และมีวัดอยู่ด้านหลัง  ซึ่งมีของจริงอยู่ในประเทศไทยครับ อยู่ที่ แม่กำปอง  จังหวัดเชียงใหม่ เหมือนทางผู้จัดเราไปสร้างสะพาน โลเคชั่นสวยมาก มีน้ำตกไหล มีวัดตรงกลาง เราก็มองว่าถ้ามันมีสะพานเดินข้ามได้ ก็จะเป็นอะไรที่ดีและช่วยพัฒนาวัดด้วย ผู้จัดเลยไปสร้างสะพานตรงนี้ เลยมีสะพานนี้เกิดขึ้น ซึ่งทางวัดสามารถใช้งาน เดินผ่านได้

ไฮด์ : ไปถ่ายรูปกันได้ครับ เอาจริง ๆ เขาก็ไปถ่ายรูปกันนะครับ แต่เขาอาจไม่รู้ว่าซีรี่ส์เรื่องเราไปสร้างเอาไว้ ผมเห็นเลย เข้าไปดูโลเคชั่นปุ๊บ แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าสะพานนี้เกิดขึ้นมาจาก ‘ตรวนธรณี’ จริง ๆ อยากติดป้ายชื่อเลยครับ (ยิ้ม) แต่ว่าเหมือนเราสร้างเป็นกุศลบุญอยู่แล้ว เลยไม่อยากจับจองว่าเป็นของใครครับ เป็นสะพานไม้ไผ่ มาจากธรรมชาติด้วย ซึ่งพอถ่ายรูปออกมาแล้ว พอร่วมกับเฟรมภาพ มันสวยงามดี นักท่องเที่ยวก็ไปถ่ายรูปกัน ก็ถือว่าเป็นซอฟท์ พาวเวอร์แบบเล็ก ๆ แต่ในอนาคต คนก็อาจมาเที่ยวเยอะขึ้นครับ รู้จักสะพานแห่งนี้มากขึ้น หรือรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มากขึ้นด้วย และมีอีกอย่างคือข้าวซอยไก่ ก็เป็นซอฟท์ พาวเวอร์ให้กับเมืองไทยเหมือนกัน เพราะจะมีซีนนึง ช่วงอีพี 2 มั้งครับ

บูม : จริง ๆ มีอีกนะครับ ทั้ง ขนมจีนซาวน้ำ (ยิ้ม)

Q : แจ้งเกิดซีรี่ส์วาย กลัวคนติดภาพจนไปแสดงแนวอื่นแล้วคนไม่เชื่อมั้ย?

ไฮด์ : ส่วนตัวไม่ติดอะไรตรงนี้ อย่างคนที่ดูและแฟนคลับเขาเข้าใจ และติดตามที่ผลงานมากกว่า  ผมเข้าใจในมุมมองของหลายคน และเคารพการตัดสินใจของทุกคนมากกว่า เราไม่สามารถไปบังคับความคิดของใครได้ครับ

Q : นิยาม “ความรัก” ในแบบของทั้งคู่?

บูม :   ความรักเป็นสิ่งสวยงามและเป็นพลังบวกให้กันครับ สำหรับผมความรักคือเรื่องใหญ่มาก เพราะเราใช้ความรักในการดำเนินชีวิต เรารักสิ่งไหน เราชอบทำอะไร เราจะทำแบบนั้นครับ สำหรับผมความรักแทบจะเป็นทุกอย่าง เป็นตัวเลือกชีวิตว่าเราจะทำอะไร เป็นคนแบบไหน ยังไงครับ

ไฮด์ : ผมคิดว่าความรักในนิยามของผมคือมันไม่มีอะไรมาจำกัดครับ มันรักได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรักตัวเอง รักพ่อแม่ รักเพื่อน รักคนรัก หรือแม้กระทั่งรักธรรมชาติ รักโลกของเรา มันมองได้หลายมุมในเรื่องความรัก แต่สำหรับผมมองว่าความรักคือสิ่งสวยงาม ถ้าไม่มีความรักเลย เหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิตเลยรู้สึกว่าความรักนั้นก็สำคัญมาก ๆ ในชีวิตครับ

Q : คนที่จะเอาชนะใจเราได้ นิสัยเหมาะกับเรา หรือรู้สึกแพ้ทาง ต้องเป็นยังไง?

บูม : เอาจริง ๆ นะ ผมตอบตรง ๆ เลยว่า ผมไม่เคยคิดว่าใครจะเอาชนะใจผม มันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นไง มันจะมีความคิดแต่ว่าเราจะทำยังไงที่จะเอาชนะใจเขามากกว่า (ยิ้ม)

Q : แปลว่าชอบจีบคนอื่นก่อน?

บูม : (หัวเราะ) ใช่ครับ สำหรับผมเป็นคนแบบนี้ เราไม่เคยคิดว่าเขาต้องมาทำอะไรที่จะชนะใจเรา ไม่ต้องมาพรูฟอะไรให้เรา แต่เราสิ ที่ต้องพรูฟว่าเราเอาสิ่งดี ๆ มาให้ เอาทุกอย่างมาให้

ไฮด์ : คือไม่มีเสป็คตายตัว แต่เป็นสายซัพพอร์ท ประมาณนี้ป่ะ เท่าที่ฟังมานะ

บูม : อือ ใช่ (ยิ้ม)

ไฮด์ : ก็เหมือนผม ผมก็ไม่มีสเป็คที่ตายตัว เป็นสายที่ใช้ความรู้สึกมากกว่า มองในภาพคนทั่วไปเลย เป็นคนดี มองที่นิสัยมากกว่า ไม่ได้ด้วยหน้าตาเป็นหลัก แต่ก็มองรวม ๆ มากกว่าครับ

Q : พูดถึงแฟนคลับหน่อย มีอะไรประทับใจเกี่ยวกับแฟนคลับเล่าให้ฟังบ้าง?

ไฮด์ : อ่านคอมเมนต์ ดีเอ็มไม่ทัน (ยิ้ม) ของผมก็มีแฟนคลับบางส่วนอยู่แล้ว และทั้งแฟนคลับที่มาใหม่ครับ ทุกคนน่ารักมาก ๆ อินเตอร์แฟนด้วย ให้การตอบรับกับซีรี่ส์เรื่องนี้ดีมาก เหมือนผมได้พิสูจน์ตัวเองและคนยอมรับในตัวผมในการแสดงออกมาเป็น ‘เคน’ ว่าเราแสดงแล้วทุกคนเชื่อนะ ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีมาก ๆ ขอบคุณแฟนคลับทุกคนมาก ๆ ที่ให้การตอบรับดีขนาดนี้ครับ อยู่กับผมและพวกเราไปนาน ๆ นะครับ

บูม : บูมดีใจมากและขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ชื่นชอบครับ อยากให้แฟนคลับทุกคนติดตาม ‘ตรวนธรณี’ และติดตามผลงานของบูมไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นบูม ไฮด์ และนักแสดงคนอื่น ๆ คือเราอยากขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เรา คอยส่งกำลังใจให้ และคอยซัพพอร์ทในทุกมุม ช่วยปั่นเทรนด์ โพสต์รูป แท็กรูปมา ขอบคุณมากครับ ทุกคนน่ารักมาก เราจะทำผลงานดี ๆ ออกมาแบบนี้ให้ทุกคนออกมาดูเรื่อย ๆ นะครับ

Q : เวลาที่รู้สึกท้อ มีข้อความจากแฟนคลับที่ฮีลใจ ทำให้กำลังใจกลับมาบ้างมั้ย?

ไฮด์ : พิเศษทุกประโยค มันก็มีช่วงนึงที่เหนื่อยและท้อในการเป็นอาชีพนักแสดง เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกคน แม้ว่าผมอยู่จุดนี้ได้ ก็ถือว่าตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จ เลยรู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่ท้อหรือเหนื่อย ได้เห็นแค่ส่งอีโมจิหัวใจ หรือเป็นกำลังใจให้นะ ก็รู้สึกฮีลใจแล้ว หรืออาจโพสต์อิทบนของที่ให้มา เขาก็จะเขียนว่า ‘รักพี่ไฮด์นะ เป็นกำลังใจให้นะ’ แค่นี้ก็รู้สึกเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เรายังอยากทำงานตรงนี้ต่อครับ สิ่งที่เราถ่ายทอดออกมาก็อยากให้ทุกคนดูแล้วมีความสุข

บูม : จริง ๆ ไฮด์พูดไปเกือบหมดแล้ว แต่บูมอยากพูดในมุมที่คือเราขอบคุณ และดีใจมากที่เขาพยายามส่งพลังให้เรา ผมก็ขอใช้จุดนี้บอกว่า เราอยากเป็นพลังบวกให้คุณด้วยเหมือนกัน เราอยากให้เขาดูแล้วมีความสุข ผมอยากทุกคนว่าถ้าเหนื่อย ก็อยากให้สู้ ๆ นะครับ เราไม่รู้ว่าแต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง เหนื่อยก็พักหน่อยและสู้ ๆ นะครับ

Q : ท้ายสุดคิดว่าอีกหนึ่งกำลังใจ คือผลงานของทั้งคู่ อยากรู้ว่าปีหน้ามีอะไรมาฝากแฟนคลับอีกบ้าง?

ไฮด์ : มีแน่นอนครับ แต่อาจต้องรอติดตาม

บูม : ผมก็มีครับ ฝากติดตามช่องทางของพวกเรา ทั้งไอจี ทวิตเตอร์ ยูทูบ เร็ว ๆ นี้บูมจะมีซิงเกิ้ลเล็ก ๆ ทำเอง ก็ติดตามด้วยนะครับ

เชื่อว่าการพูดคุยครั้งนี้จะทำให้แฟน ๆ ได้รู้จักตัวตนความเป็น “บูม – ไฮด์” และสัมผัสถึงมุมมองความรักและเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะทำให้ทุกคนหลงรักพวกเขามากขึ้นแน่นอน