สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องกองทัพซูดานและกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ( อาร์เอสเอฟ ) เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ในช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรี ซึ่งเริ่มเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องของยูเอ็นแทบไม่ได้รับการตอบสนอง เนื่องจากทหารทั้งสองฝ่ายยังคงสู้รบกันอย่างดุเดือดเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 ราย และการที่ท่าอากาศยานนานาชาติคาร์ทูม กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สู้รบ และกองทัพซูดานใช้การโจมตีทางอากาศเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนืออาร์เอสเอฟ ส่งผลให้ความพยายามอพยพประชาชนด้วยเครื่องบินเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทหารซาอุดีอาระเบีย ต้อนรับพลเมืองทั้งที่เป็นชาวซาอุดีอาระเบีย และชาวต่างชาติ ซึ่งโดยสารเรือออกจากเมืองพอร์ตซูดาน มายังเมืองเจดดาห์


อนึ่ง เส้นทางซึ่งเป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้ คือ การต้องหาทางเดินทางไปยังเมืองพอร์ตซูดาน ซึ่งเป็นเมืองท่าทางตะวันออก และอยู่ติดกับทะเลแดง ซึ่งแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า เครื่องบินลำเลียง 6 ลำของกองทัพ อพยพเจ้าหน้าที่การทูตและพลเมืองสหรัฐออกจากซูดานแล้ว


ทั้งนี้ทั้งนั้น กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ใช้เส้นทางดังกล่าวแล้ว โดยประกาศ “ความสำเร็จ” และ “การเดินทางมาถึงโดยสวัสดิภาพ” ของพลเมืองซาอุดีอาระเบีย 91 คน พร้อมพลเมือง และเจ้าหน้าที่การทูตจากอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) อียิปต์ ตูนิเซีย ปากีสถาน อินเดีย บัลแกเรีย บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ แคนาดา และบูร์กินาฟาโซ โดยเป็นการเดินทางด้วยเรือของกองทัพซาอุดีอาระเบีย ออกจากเมืองพอร์ตซูดาน ข้ามทะเลแดง มายังเมืองเจดดาห์


สำหรับชนวนเหตุของการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟ ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังเคยร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 มาจากการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ที่นานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมผนวกรวมกับอีกฝ่าย.

เครดิตภาพ : REUTERS