สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า จากกรณีนายหลู ซาเหยี่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ของสถานีแห่งหนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และกล่าวถึงประเด็นคาบสมุทรไครเมีย ว่า “เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียโดยประวัติศาสตร์” และเป็น “ของขวัญ” ซึ่งประธานาธิบดีนิกิตา ครุสชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียต มอบให้แก่ยูเครน เมื่อปี 2497
China's ambassador to France questioned the sovereignty of ex-Soviet countries like Ukraine, claiming they don't have "actual status" under international law.https://t.co/lmncJLubOr
— DW News (@dwnews) April 23, 2023
ขณะเดียวกัน นายหลูยังกล่าวถึง “สถานะแท้จริง” ของบรรดาประเทศซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ว่าไม่มีผลผูกพันอย่างแท้จริงตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่มีสนธิสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการฉบับใด ที่รับรอง “อธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม” ให้กับรัฐเหล่านี้
Chinese envoy to France, Lu Shaye draws ire over comments on the sovereignty of ex-Soviet states in an interview aired on April 21.#China #LuShaye #wolfwarrior #France #Ukraine #exSovietstates #Crimea #Balticstates pic.twitter.com/5Mj97oojPu
— Spotlight on China (@spotlightoncn) April 24, 2023
กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ “แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว” กับทุกประเทศซึ่งได้รับผลกระทบจากการแสดงทรรศนะของเอกอัครราชทูตจีน ในส่วนของพรมแดนยูเครนนั้น ฝรั่งเศสยึดมั่นตามข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งประชาคมโลก “รวมถึงจีน” เห็นพ้องกัน เมื่อปี 2534 ว่ารวมถึงคาบสมุทรไครเมียด้วย พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งชี้แจงอย่างเป็นทางการ ว่าคำกล่าวของนายหลู “สะท้อนจุดยืนแท้จริง” ของจีนหรือไม่
ด้านลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่ง ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเช่นกัน ส่วนนายมิไคโล โพโดลยัก หนึ่งในที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าเป็น “ประวัติศาสตร์ไครเมียเวอร์ชั่นไร้สาระ” จากผู้แทนระดับสูงทางการทูตของประเทศหนึ่ง ซึ่งยังคงมีความตะขิดตะขวงใจ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยาวนาน 1,000 ปีของประเทศตัวเอง
ทั้งนี้ โพโดลยักทิ้งท้ายว่า “หากจีนต้องการเป็นมหาอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศ อย่าเป็นกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อให้รัสเซีย”.
เครดิตภาพ : REUTERS



