สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า กฎที่เรียกว่า “กฎหมายการให้บริการดิจิทัล” (ดีเอสเอ) กำหนดให้บริษัทต่าง ๆ จัดทำการบริหารความเสี่ยง, ดำเนินการตรวจสอบภายนอกและแบบอิสระ, แบ่งปันข้อมูลกับทางการและนักวิจัย ตลอดจนนำจรรยาบรรณธุรกิจมาใช้ภายในเดือน ส.ค. นี้
บริษัท 19 แห่งที่จะอยู่ภายใต้ดีเอสเอของอียู ได้แก่ กูเกิล แม็พ, กูเกิล เพลย์, กูเกิล เสิร์ช, กูเกิล ชอปปิง, ยูทูบ, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, มาร์เกตเพลซ, แอพสโตร์, ลิงกต์อิน, บิง, บุกกิง ดอต คอม, พินเทอเรสต์, สแนปแชต, ติ๊กต็อก, ทวิตเตอร์, วิกิพีเดีย, ซาแลนโด และอาลีเอ็กซ์เพรส
“เราพิจารณาว่า แพลตฟอร์มออนไลน์และเสิร์ชเอนจิ้น 19 แห่งนี้ มีความเกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ และมีความรับผิดชอบพิเศษ ในการทำให้อินเทอร์เน็ตปลอดภัยยิ่งขึ้น” นายตีแยรี เบรตอง กรรมาธิการด้านตลาดภายในของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานฝ่ายบริหารของอียู กล่าวกับผู้สื่อข่าว
นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ จะต้องดำเนินการมากขึ้นเพื่อจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือน, ให้การคุ้มครองและทางเลือกแก่ผู้ใช้งานมากขึ้น และรับประกันการคุ้มครองที่ดีขึ้นสำหรับเด็ก หรือค่าปรับความเสี่ยงที่มากถึง 6% ของมูลค่าการซื้อขายทั่วโลก
เบรตอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เขากำลังตรวจสอบเพื่อดูว่า มีบริษัทอื่นอีก 4-5 แห่งที่อยู่ภายใต้ดีเอสเอหรือไม่ โดยคาดว่าจะการตัดสินในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อนึ่ง เบรตองเลือกระบบตรวจสอบดูแลเนื้อหาประเภทการวิจารณ์ของเฟซบุ๊ก เนื่องจากมันมีบทบาทในการสร้างความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญต่าง ๆ ซึ่งเขาระบุเสริมว่า เมตาต้องตรวจสอบระบบอย่างรอบคอบ และแก้ไขเมื่อจำเป็นโดยเร็วที่สุด อีกทั้งทวิตเตอร์ และติ๊กต็อก ยังอยู่ในความสนใจของเบรตองด้วยเช่นกัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



