เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2566 คณะลูกขุนแห่งศาลประจำเขตในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ลงมติให้ตัดสินว่า บาเลช ดันคาร์ มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาว่าเขาลงมือวางยาและข่มขืนหญิงสาวชาวเกาหลีทั้งหมด 5 คนด้วยกัน หลังจากที่หลอกลวงพวกเธอไปยังอพาร์ตเมนต์ของเขา โดยอาศัยการลงโฆษณารับสมัครงานแบบหลอกๆ
ดันคาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลวัย 43 ปี ชาวออสเตรเลียเชื้อสายอินเดีย โดนตั้งข้อหาจากทางการออสเตรเลียถึง 39 ข้อหา ในจำนวนนี้มีข้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศถึง 13 ข้อหา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือน ม.ค.-ต.ค. 2561
สื่อท้องถิ่นออสเตรเลียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบคลิปวิดีโอ 47 ไฟล์ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ขณะที่เขาลงมือข่มขืนบรรดาหญิงสาวที่โดนล่อลวงให้มายังห้องพักของเขา โดยมีการจัดเก็บเรียงไฟล์ไว้อย่างดี เขาตั้งชื่อไฟล์เป็นชื่อของหญิงสาวแต่ละคนที่ตกเป็นเหยื่อ พร้อมกับตั้งบุ๊กมาร์คเอาไว้ในบราวเซอร์อินเทอร์เน็ตของเขาด้วย
ดันคาร์ ล่อลวงเหยื่อของเขาด้วยการลงโฆษณาปลอมว่ารับสมัครนักแแปลภาษาเกาหลีในปี 2560 ดันคาร์ จะสัมภาษณ์เหยื่อแต่ละคนที่คาเฟ่ในโรงแรมฮิลตัน จากนั้นก็จะชักชวนพวกเธอให้ไปร่วมรับประทานอาหารเย็นและร่วมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้าโซจูและไวน์
หลังจากนั้น ดันคาร์ ก็จะอ้างว่าต้องแวะที่ห้องพักของเขาในอาคารเวิลด์สแควร์ ทาวเวอร์ บางครั้งก็กล่าวเชิญชวนเหยื่อให้ไปชมวิวโอเปร่าเฮาส์จากห้องพัก หรือบางทีก็อ้างว่าเขาต้องขึ้นไปเอากุญแจรถ ระหว่างนั้น ดันคาร์ จะนำไวน์หรือไอศกรีมที่ผสมยากล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์ให้หลับหรือง่วงซึม เช่น ยาโรฮิพนอล หรือ “ยาเสียสาว” มาให้เหยื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบสารตกค้างเหล่านี้ในเลือดและเส้นผมของเหยื่อ 2 คน
ดันคาร์ โดนตำรวจจับกุมในเดือน ต.ค. 2561 หลังจากที่เหยื่อสาวรายที่ 5 ของเขาฟื้นคืนสติในระหว่างที่เขากำลังข่มขืนเธอ และส่งข้อความแจ้งเหตุจากโทรศัพท์มือถือไปหาเพื่อนในระหว่างที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ
ดันคาร์ ไม่เพียงข่มขืนเหยื่อของเขา แต่ยังถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย โดยใช้กล้องที่ซ่อนไว้ในนาฬิกาปลุกที่อยู่ข้างเตียงและใช้โทรศัพท์มือถือของเขา เขายังกล่าวอ้างในคำให้การว่าเหยื่อทั้ง 5 ราย มีเพศสัมพันธ์กับเขาด้วยความเต็มใจและยินยอมให้บันทึกภาพระหว่างนั้นไว้ด้วย ทำให้ต้องมีการฉายคลิปวิดีโอในศาลให้คณะลูกขุนได้ดู ซึ่งตามรายงานของสื่อท้องถิ่น คณะลูกขุนแสดงอาการไม่สบายใจอย่างมากและ “รับไม่ได้” ต่อคลิปเหล่านั้น
ในตอนที่เกิดเหตุ ภรรยาและครอบครัวของ ดันคาร์ ไม่ได้อยู่ในออสเตรเลีย ผู้ต้องหาหนุ่มใหญ่อ้างว่า ชีวิตคู่ของเขามีปัญหาและรู้สึกเหงา จึงต้องโกหกหลอกลวงผู้หญิงเหล่านี้
ดันคาร์ ต้องขายทรัพย์สินของครอบครัวเพื่อต่อสู้คดีนี้ ซึ่งการไม่ยอมรับผิดแต่โดยดี อาจทำให้เขาต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้ เขายังร้องขอให้มีการประกันตัว แต่ผู้พิพากษาไมเคิล คิง ปฏิเสธ ทำให้เขาต้องโดนควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำต่อไป เขามีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในเดือน พ.ค. 2566 และจะได้รับการตัดสินโทษในภายหลังซึ่งไม่เกินปีนี้
แหล่งข่าว : hindustantimes.com, indiatoday.in
เครดิตภาพ : FACEBOOK


