สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า กองทัพซูดานออกแถลงการณ์ว่า ได้เมีการย้ายตัวอดีตประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ออกจากเรือนจำ ไปยังโรงพยาบาลทหาร “เพียงไม่กี่วัน” ก่อนการสู้รบกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ( อาร์เอสเอฟ ) ปะทุ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ บาเชียร์เป็นหนึ่งในนักโทษประมาณ 30 คน ซึ่งได้รับการย้ายตัวออกจากเรือนจำ โดยผู้ที่ออกมาด้วยล้วนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐในสมัยรัฐบาลบาเชียร์ หนึ่งในนั้นคือ นายอับเดล ราฮิม โมฮาเหม็ด ฮุสเซ็น ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) เช่นเดียวกับบาเชียร์ จากข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากสงครามดาร์ฟูร์ เมื่อปี 2546 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 ราย นอกจากนั้นยังมี นายอาลี ฮารูน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของไอซีซีในหลายคดี


อนึ่ง การสู้รบในซูดานปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังกองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟไม่สามารถตกลงกันได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ที่นานาชาติให้ความสนับสนุน หลังทหารทั้งสองฝ่ายร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มบาเชียร์ เมื่อปี 2562 เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมผนวกรวมกับอีกฝ่าย


นับตั้งแต่เป็นเอกราชอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2499 จนถึงปัจจุบัน ซูดานยังคงแสวงหารูปแบบการปกครองและการบริหารอำนาจรัฐ “ที่เหมาะสมกับตัวเอง” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้นำซูดานทุกคนล้วนมีความเชื่อมโยงกับทหารไม่ทางใดทางหนึ่ง บ่งชี้อิทธิพลและอำนาจของกองทัพที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมของซูดาน และอาจอนุมานได้ว่า การให้พลเรือนมีอำนาจสูงสุดเพียงฝ่ายเดียว หรือมากกว่าทหาร ทำให้กองทัพมองว่า ตัวเองจะถูกลดบทบาททางการเมือง และยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจเป็นการสั่นคลอนอิทธิพลของกองทัพ ที่มีต่อแหล่งทรัพยากรในซูดานด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS