สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.พ. ปีนี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศกฤษฎีกา สั่งการไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ให้ก่อสร้างเขตอนุรักษ์ในแม่น้ำโขงส่วนที่ไหลผ่านกัมพูชา เพื่อยกระดับการอนุรักษ์โลมาอิรวดี จากการต้องสูญพันธุ์ หลังมีรายงานว่า ประชากรโลมาอิรวดี หรือ โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง เหลือ 89 ตัว เมื่อปี 2563 จากที่เคยสูงถึง 200 ตัว เมื่อปี 2540 เนื่องจากการประมงแบบทำลายล้าง ส่งผลต่อแหล่งที่อยู่อาศัย


อย่างไรก็ตาม ผู้นำกัมพูชาแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า โลมายังคงตายอย่างต่อเนื่อง และชาวประมงนับพันครอบครัวได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ ซึ่งกำหนดเขตอนุรักษ์ครอบลุมระยะทางยาว 120 กิโลเมตร ในแม่น้ำโขง ให้เป็นพื้นที่ห้ามทำประมง ขณะที่นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ มีการยืนยันโลมาตายเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ตัว หนึ่งในนั้นอายุเพียง 4 วัน และตายติดอยู่กับอวนของชาวประมง ซึ่งมีการพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


ทั้งนี้ “เมื่อข้อบังคับทั้งหมดไม่อาจแก้ปัญหาได้ สมควรยกเลิกไปเสียดีกว่า” เพื่อให้ประชาชนสามารถแสวงหาประโยชน์จากแม่น้ำสายนี้ได้ดังเดิม กระนั้น สมเด็จฮุน เซน ยืนยันว่า มาตรการปราบปรามการจับปลาด้วยวิธีช็อตกระแสไฟฟ้า และการห้ามจับปลาอย่างเด็ดขาดในบางเขตของแม่น้ำโขง ซึ่งมีการกำหนดไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป


อนึ่ง ข้อมูลจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ( ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ) ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีล่าสุด จนถึงปี 2565 มีการยืนยันโลมาอิรวดีตายในเขตลุ่มน้ำโขงของกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของโลมาอิรวดี อย่างน้อย 29 ตัว จากจำนวนดังกล่าว 11 ตัว เป็นการตายเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES