สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ให้การต้อนรับประธานาธิบดีอับดุล ลาทีฟ ราชิด ผู้นำอิรัก ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ไรซีกล่าวว่า การประจำการของทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง “เป็นการรบกวนความมั่นคงระดับภูมิภาค” ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิรักกับอิหร่านตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ผลประโยชน์ร่วมกัน” หนึ่งในนั้นคือเรื่องความมั่นคง เมื่อใดก็ตามที่ความมั่นคงของอิรัก “ถูกสั่นคลอนแม้เพียงนิดเดียว” อิหร่านถือว่า ความมั่นคงของตัวเองได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่า การเยือนกรุงเตหะรานของราชิดจะนำไปสู่ “จุดเปลี่ยน” ของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี

ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน นำประธานาธิบดีอับดุล ลาทีฟ ราชิด ผู้นำอิรัก ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่กรุงเตหะราน


หลังจากนั้น ราชิดเข้าพบอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนเอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “อเมริกาไม่ใช่มิตรของอิรัก อเมริกาไม่ใช่เพื่อนของใครทั้งนั้น แม้กับยุโรปที่อเมริกาเรียกตัวเองว่า เป็นเพื่อนของประเทศเหล่านั้นก็ตาม” ดังนั้น “การประจำการของทหารสหรัฐในอิรัก แม้เพียง 1 นายก็ถือว่ามากเกินไป” ปัจจุบัน สหรัฐยังคงประจำการทหารอยู่ในอิรักไว้ราว 2,500 นาย

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน สนทนากับประธานาธิบดีอับดุล ลาทีฟ ราชิด ผู้นำอิรัก ที่กรุงเตหะราน


ด้าน ราชิด กล่าวว่า อิรักมุ่งเสริมความสัมพันธ์กับอิหร่าน และแสวงหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทที่ยังคงหลงเหลืออยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยไม่กล่าวถึงสหรัฐ


แม้อิรักและอิหร่านเคยสู้รบกัน เมื่อช่วงยุคทศวรรษที่ 1980 อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศดีขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยอิรักมอบความสนับสนุนทางเศรษฐกิจให้กับอิหร่าน ซึ่งยังคงเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักจากสหรัฐ แต่มาตรการของรัฐบาลวอชิงตันยังคงกดดันไม่ให้การทำธุรกรรมระหว่างอิรักกับอิหร่านเกิดขึ้นได้อย่างสะดวก.

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS