สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ให้การต้อนรับประธานาธิบดีอับดุล ลาทีฟ ราชิด ผู้นำอิรัก ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
#Iraq president arrived in Tehran for a one-day visit and at the invitation of #Iran’s president. pic.twitter.com/ezYGdeZgai
— Abas Aslani (@AbasAslani) April 29, 2023
ทั้งนี้ ไรซีกล่าวว่า การประจำการของทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง “เป็นการรบกวนความมั่นคงระดับภูมิภาค” ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิรักกับอิหร่านตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ผลประโยชน์ร่วมกัน” หนึ่งในนั้นคือเรื่องความมั่นคง เมื่อใดก็ตามที่ความมั่นคงของอิรัก “ถูกสั่นคลอนแม้เพียงนิดเดียว” อิหร่านถือว่า ความมั่นคงของตัวเองได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่า การเยือนกรุงเตหะรานของราชิดจะนำไปสู่ “จุดเปลี่ยน” ของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี

หลังจากนั้น ราชิดเข้าพบอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนเอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “อเมริกาไม่ใช่มิตรของอิรัก อเมริกาไม่ใช่เพื่อนของใครทั้งนั้น แม้กับยุโรปที่อเมริกาเรียกตัวเองว่า เป็นเพื่อนของประเทศเหล่านั้นก็ตาม” ดังนั้น “การประจำการของทหารสหรัฐในอิรัก แม้เพียง 1 นายก็ถือว่ามากเกินไป” ปัจจุบัน สหรัฐยังคงประจำการทหารอยู่ในอิรักไว้ราว 2,500 นาย

ด้าน ราชิด กล่าวว่า อิรักมุ่งเสริมความสัมพันธ์กับอิหร่าน และแสวงหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทที่ยังคงหลงเหลืออยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยไม่กล่าวถึงสหรัฐ
แม้อิรักและอิหร่านเคยสู้รบกัน เมื่อช่วงยุคทศวรรษที่ 1980 อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศดีขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยอิรักมอบความสนับสนุนทางเศรษฐกิจให้กับอิหร่าน ซึ่งยังคงเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักจากสหรัฐ แต่มาตรการของรัฐบาลวอชิงตันยังคงกดดันไม่ให้การทำธุรกรรมระหว่างอิรักกับอิหร่านเกิดขึ้นได้อย่างสะดวก.
เครดิตภาพ : AFP, REUTERS



