“ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดหัวซีเกมส์ ได้สวย กับชัยชนะเหนือ สิงคโปร์ 3-1
ในช่วงที่เรายังไม่มี 2 ผู้เล่นสำคัญ โจนาธาร เข็มดี กับ เศรษฐสิทธิ์ สุวรรณเศรษฐ์ แต่อีก 18 แข้ง พร้อมสำหรับการประเดิมนัดแรก
“โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร ไม่ประมาท เลือกชุดที่ดีที่สุด นายทวาร โสภณวิชญ์ รักญาติ, เซ็นเตอร์แบ๊ก ทรงชัย ทองฉ่ำ กับ จักรพงษ์ แสนมะฮุง, แบ๊กขวา-ซ้าย พงศกร ตรีสาตร์-ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์
กองกลาง “กัปตันปัง” อิรฟาน ดอเลาะ, ปุรเชษฐ์ ทอดสนิท และ ลีออน พิชญ เจมส์
เกมรุก ถือเป็นทัพใหญ่ อันตราย ทางขวา ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, ซ้าย อชิตพล คีรีรมย์ ส่วนหน้าเป้า ธีรศักดิ์ เผยพิมาย

จุดเด่นชัดๆ ของช้างศึกจากเกมนี้ คือการเข้าทำ ซึ่งครึ่งแรก มีจังหวะสวยๆ เยอะ และมีโอกาสได้มากกว่า 2 ประตู แต่ติดเซฟโกลสิงคโปร์
2 ประตูครึ่งแรก สวยงาม เริ่มจาก 3 ประสาน ชาญณรงค์ เปิดข้ามไปให้ อชิตพล ใช้ความใหญ่ โหม่งชงให้ ธีรศักดิ์ ปิดจ๊อบ
ต่อด้วยจังหวะทำเกม อชิตพล-ธีรศักดิ์ แล้วปลายดาบเป็น อชิตพล ชิ่งกับ ปุรเชษฐ์ ก่อนหลุดไปสังหารนิ่ม
ประตู 1-2 ของสิงคโปร์ ทำให้เราเครียดขึ้น แต่โชคดีที่ความเครียดไม่ทวีคูณ เพราะมาได้ลูก 3 เร็ว ซึ่งก็สวยอีก การสอดขึ้นมาของ พงศกร ตรีสาตร์ เปิดตัดให้ ปุรเชษฐ์ ดีดเข้าไป
นัดนี้ ปุรเชษฐ์ โดดเด่น กับลูกทะลุทะลวง ยิ่งสีผมสวยเก๋ ยิ่งเข้าตา

อชิตพล ใช้ความใหญ่เป็นประโยชน์ ขณะที่ ธีรศักดิ์ คลาสของเขา กึ่งๆ จะไปอยู่ชุดใหญ่อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ ชาญณรงค์ ที่เป็นกำลังหลักแนวรุก และหากไทยไปถึงเหรียญทอง เชื่อว่า ชาญณรงค์ คือ MVP
แดนกลาง อิรฟาน ดอเลาะ นิ่ง คุมทัพได้ดี
ในระดับอาเซียน พวกเขาเหล่านี้ ถือว่าสบายๆ กับประสบการณ์ระดับไทยลีก, ลีกยุโรป และการไปเล่นโดฮาคัพ ก็สร้างความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่า ไม่ใช่เกมที่ “เพอร์เฟ็คต์” เพราะยังมีจุดต้องปรับ อย่างที่ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร บอก คือเกมรับเปิดให้คู่แข่งง่ายไป และเกมรุกต้องคมกว่านี้

เป็นธรรมดาของบอลระดับเยาวชน จุดผิดพลาดย่อมมีบ้าง และกับการยืนแนวรับ หากมี โจนาธาร เข็มดี เข้ามา ความเหนียวแน่นก็จะเพิ่มขึ้น
ส่วนเกมรุก เป็นปัญหาโลกแตก สำคัญคือสร้างโอกาสไปเรื่อยๆ เปอร์เซ็นต์ยิงประตูย่อมเพิ่มขึ้น
เปล่า ไม่ได้บอกว่าชัยชนะเหนือ สิงคโปร์ เลิศหรู ดูเด่น แชมป์แน่ๆ เพราะ สิงคโปร์ ก็ยังห่างชั้นกับเรา(โค้ชเขาก็ยอมรับ) และบอลรุ่นอายุ สิงคโปร์ ไม่ใช่ทีมที่แข็ง พลิกดูผลงานซีเกมส์ ตั้งแต่จำกัดอายุ แข่งมาแล้ว 11 ครั้ง สิงคโปร์ ผ่านรอบแรกแค่ 3 ครั้ง และไม่เคยเข้ารอบชิงชนะเลิศ
แต่ถือว่า ทีมชาติไทย ทำได้ตามเป้าหมาย ทำได้ตามจ๊อบ กับ 3 แต้มแรก
ปัญหาของเราก่อนลุยซีเกมส์ คือเวลาซ้อมมีน้อย ก่อนมาเปิดกับ สิงคโปร์ ซึ่งสุดท้ายก็เอาตัวรอดมาจนได้
จบจากนัดนี้ ทีมไทยจะมีโอกาสพักถึง 5 วัน เตะอีกทีวันที่ 6 พ.ค. เจอ มาเลเซีย

โค้ชหระ จะมีโอกาสปรุงแต่งทีมให้ลงตัว ให้เข้าขามากขึ้น เกลาให้เนียนยิ่งขึ้น แกร่งยิ่งขึ้น ก่อนเจอของแข็ง เสือเหลือง ซึ่งหากผ่านไปแบบไม่บอบช้ำ นัดต่อไปเจอ ทีมชาติลาว ที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง ก่อนจะปิดท้ายกับ เวียดนาม
ช้างศึก มีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ กับระยะเวลาการซ้อม กับคู่แข่งข้างหน้า
แน่นอนว่า กว่าจะถึงเหรียญทอง มันไม่ง่าย และตอนนี้ก็เพิ่งแค่ออกสตาร์ต
แต่ด้วย 3 แต้ม และคิวเตะที่เป็นใจ
แม้การเริ่มต้นดี จะไม่ได้หมายความว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง
แต่ก็ทำให้เส้นทางสู่การทวงเหรียญทอง มันก็สดใส มีชีวิตชีวา.



