เนตรนภา ชมหมวก อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย คุณแม่ของ “น้องน้ำผึ้ง” นวพร สุนทรียภาส นักกีฬากอล์ฟทีมชาติไทย เผยที่มาที่ทำให้ลูกสาวคนเก่วงเข้าสู่วงการกอล์ฟ จนได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมครั้งที่ 32 ที่ กัมพูชา ทั้งที่ตัวเองเป็นนักวิ่งทีมชาติไทย และคุณพ่อเป็นนักบาสเกตบอลทีมชาติไทย นั่นคือ “บอล” ชัยณรงค์ สุนทรียภาส
“น้องน้ำผึ้ง” นวพร กำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่กัมพูชา ในฐานะนักกอล์ฟหญิงทีมชาติ ซึ่งทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะเธอเป็นทายาทของอดีตนักวิ่ง และนักบาสเกตบอลทีมชาติ แต่กลับเลือกเล่นกีฬาคนละประเภทกับคุณพ่อและแม่

“แม่เอ้” เนตรนภา ให้สัมภาษณ์ ถึงที่มาที่ลูกสาวฉีกไปเล่นกีฬากอล์ฟ กับทางเดลินิวส์ว่า “ด้วยความที่เราอยากให้ลูกเล่นกีฬาเป็นพื้นฐาน เพราะคิดว่ามันน่าจะใช้ประโยชน์ได้ ถ้าในประเทศจีนเปรียบกับว่าทายาทคือสมบัติอันล้ำค่า เขาน่าจะมีเพอร์ฟอร์เเมนซ์ที่ดีทางกีฬา นี่คือจุดเริ่มต้นที่คิดว่าต้องให้เล่น”
“แล้วเราก็คุยกับเขาในวัยที่ต้องเลือก ตอนนั้นประมาณ 10 ขวบ เลือกว่าเล่นกีฬาอะไรดี แต่ขอให้เป็นกีฬาอาชีพ เพราะในเมื่อเราทุ่มเทกับมันแล้วควรจะมีอะไรตอบแทนกลับมาให้มันคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรง และมีอาชีพซัพพอร์ตตัวเองในอนาคต”
“เขาก็เลือกระหว่าง เทนนิส, แบตมินตัน และกอล์ฟ เขาก็เลยตัดสินใจเลือกกอล์ฟ ที่ไม่เลือกแบตมินตันเพราะว่า ลูกมันเล็กแล้ววิ่งเร็วดูท่าจะเหนื่อย พอมาเทนนิส เขาคิดว่าถ้าเล่นเทนนิส เขาคงดำ ซึ่งเขากลัวดำ เล่นกอล์ฟดีกว่าไม่ดำ”

“ตอนสมัยประถมเขาก็มีถามเห็นพ่อเล่นบาสฯ เขาก็บอก ก็น่าเล่นนะพ่อ มีการเลี้ยงเล่นๆ แต่พ่อไม่ให้เล่นเพราะว่า มันก็ควรจะสร้างไปในทางที่เห็นผลแล้วมันคุ้มค่า เพราะถ้าเป็นบาสเล่นอาชีพแล้วมันเหนื่อย ส่วนกรีฑาก็ไม่เอาเลยเพราะมันเหนื่อย เราไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเหมือนเรา”
“ด้วยที่เราสองคนไม่ได้เล่นกอล์ฟก็ไม่รู้จะสอนลูกยังไง ไม่มีที่ปรึกษาพอลูกจิ้มกีฬานี้ปุ๊บก็มองหน้ากันแล้วเอายังไงดี ทีนี้พ่อบอลเขารู้จักกับโปรเลยไปฝากไว้ ด้วยความที่เขาค่อนข้างจะพัฒนาการดี โปรสอนอะไรก็ทำได้หมดเลยข้ามสเต็ปมาคัดทีมชาติครั้งแรกก็ติดเลย นี่เป็นซีเกมส์ครั้งแรกของน้องแต่น้องติดทีมชาติมา 3 ปีแล้ว”
คุณแม่เอ้ ยังกล่าวถึงการคาดหวังที่ลูกสาวจะเข้าแข่งขันซีเกมส์ว่า “มันเป็นเรื่องที่ถ้าพูดดังๆ มันก็จะกดดันลูก แต่ก็หวังแน่ๆ เราก็หวังให้ลูกประสบความสำเร็จ อยากให้ได้เหรียญทองเหมือนที่เราเคยทำได้ เราก็อยากให้เขาได้มันก็จะเป็นความภาคภูมิใจ แต่ถ้าเขาทำเต็มที่แล้ว มันไม่เป็นอย่างที่ใจเขาคิด ก็ไม่ได้ว่าอะไรเรายอมรับผลอยู่แล้วแต่ตัวเขาเองก็มั่นใจ”




